BAM พี่ใหญ่ใจดี

(แคมเปญ ‘เริ่มต้นใหม่’ จุดเปลี่ยน! ธุรกิจบริหารหนี้)
ท่ามกลางวิกฤติหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังเปราะบาง! BAM พี่ใหญ่วงการ AMC กำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของธุรกิจบริหารหนี้ ผ่านแคมเปญ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปิดบัญชีหนี้ แต่กำลังสร้าง “โอกาสครั้งที่สอง” ให้ลูกหนี้กลับมายืนอยู่ในระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง!!!

ภาพโปรโมทแคมเปญ “โรงพยาบาลแก้หนี้” ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ที่ปรากฏรูปถ่ายของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM สวมเสื้อกาวน์แพทย์ ในวันแถลงข่าวผลการดำเนินงานไตรมาส 1 และทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง Ballroom อัตตา เลคไซด์ รีสอร์ท สวีท เขาใหญ่ จ.นคราชสีมา
ภาพนี้…อาจดูแปลกตาสำหรับวงการ AMC แต่หากมองให้ลึก นี่อาจไม่ใช่เพียงแค่…กลยุทธ์ประชาสัมพันธ์
หากแต่เป็นการ “รีเฟรม” ธุรกิจบริหารหนี้ครั้งสำคัญที่สุด! ครั้งหนึ่งของประเทศไทย

จากเดิมที่…ลูกหนี้มักถูกมอง ว่าเป็น “ปัญหา” หรือ “ภาระของระบบการเงิน” ทว่า BAM กำลังพยายามเปลี่ยนมุมมองใหม่ ประมาณว่า… ลูกหนี้จำนวนมาก คือ “ผู้ป่วยทางเศรษฐกิจ” ที่ยังควรได้รับโอกาสในการกลับมาตั้งต้นชีวิตอีกครั้ง!!??
และนั่น…จึงเป็นที่มาของ แนวคิดในการทำโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM”
โครงการที่ไม่ใช่แค่…แคมเปญลดหนี้ธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณ ว่า… BAM ต้องการสร้าง “Second Chance Economy” หรือ “เศรษฐกิจแห่งโอกาสครั้งที่สอง” ผ่านมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น..

การลดเงินต้นสูงสุด
การลดเงินต้นสูงสุด 30%
การผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% ในช่วง 3 ปีแรก
และ การเปิดทางให้ลูกหนี้รายย่อยกลับเข้าสู่ระบบการเงินอีกครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจตามมา ก็คือ BAM ยอมรับตรงไปตรงมา ว่า…หากช่วยลูกหนี้กลับมายืนได้เพียง 25% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
เพราะเป้าหมายสำคัญ อาจไม่ใช่แค่ยอดเรียกเก็บ แต่คือ…การ “คืนคนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ” มากกว่า!!!
แนวคิดนี้ อาจกำลังทำให้ BAM พยายามเปลี่ยนตัวเอง จาก “บริษัททวงหนี้” ไปสู่ “กลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก”
และ สิ่งที่ลึกไปกว่านั้น นั่นก็คือ… BAM ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนเฉพาะ “องค์กรตัวเอง”
ในยุคของ ดร.รักษ์ พวกเขาต้องการเป็น “ต้นแบบ” ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์อีกกว่า 89 แห่งในระบบ
ด้วยการ สถาปนา…ตำแหน่งทางการตลาดของตัวเอง ว่าเป็น…“พี่ใหญ่” ของวงการ AMC ไทย
ที่พร้อมนำ“แนวคิดใหม่” มาใช้เป็น “ต้นแบบที่ดี…นำร่อง” ให้กับAMC อีกหลายสิบแห่ง

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “BAM Universe” ก็สะท้อนชัดว่า…BAM กำลังพยายามสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่รอบทรัพย์ด้อยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น…
การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
การดึงมืออาชีพจากภาคธนาคารและอสังหาริมทรัพย์เข้ามาเสริมทีม
การพัฒนา ee-Marketplace
ตลอดจน ผุดแนวคิด “BAM Guarantee” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดทรัพย์ NPA มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ดีเดย์! เตรียมประกาศใช้ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ั!!!
อีกหนึ่งใน “หมากสำคัญ” ของกลยุทธ์ทางตลาดสำหรับ “พี่ใหญ่” อย่าง BAM และ เป็นที่น่าจับตามองมากที่สุด นั่นคือ…การสร้างโมเดลธุรกิจ ในแคมเปญ “ขายทรัพย์พร้อมผู้เช่า” ที่เตรียมเริ่มในไตรมาส 3 ปี 2569
เพราะสิ่งนี้ อาจจะกลายเป็น…จุดเปลี่ยนสำคัญ! ของตลาด NPA ไทย กันเลยทีเดียว!!??
จากเดิมที่ ทรัพย์หลุดจำนอง มักถูกมองว่า…เป็นภาระหรือทรัพย์รอขาย ทว่า BAM กำลังพยายามเปลี่ยนให้ทรัพย์เหล่านี้ กลายเป็น “สินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด” หรือ Yield Asset ที่มีผู้เช่า มีรายได้ และพร้อมต่อยอดเชิงการลงทุน
โมเดลดังกล่าวจะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ ไม่ใช่เฉพาะ…ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย แต่รวมถึงนักลงทุนรายย่อย และ SME ที่ต้องการสินทรัพย์ต้นทุนต่ำพร้อมรายได้ทันที!

ในอีกด้านหนึ่ง BAM เอง ยังพยายามจะสร้างโอกาสให้ “ฐานพีระมิด” ของสังคมไทยยุคนี้ ผ่านการตั้งราคาทรัพย์เริ่มต้นต่ำกว่าตลาดประมาณ 15% และการมุ่งกระจายทรัพย์ไปยังกลุ่มรายย่อยถึง 60%
โดยเฉพาะ คนรายได้น้อย ข้าราชการชั้นผู้น้อย หรือผู้ที่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
กรณี “แฟลตปลาทอง” ที่ BAM ถือครองมานานกว่า 17 ปี รวมกว่าหลายร้อยยูนิต จึงกลายเป็น…ภาพสะท้อนสำคัญของแนวคิดนี้
เพราะแทนที่จะ ปล่อยให้..ทรัพย์ค้างระบบต่อไป BAM กลับพยายามผลักดันให้ทรัพย์กลับไปมีคนอยู่อาศัยและมีชีวิตอีกครั้ง!
นี่คือความพยายาม…เปลี่ยน “ทรัพย์เสีย” ให้กลายเป็น “ทุนชีวิต” ของคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจ!!??
อย่างไรก็ตาม แม้ BAM จะเดินเกมเชิงสังคมมากขึ้น แต่ “แกนสำคัญ” ขององค์กร…ยังคงอยู่บนพื้นฐานของวินัยทางธุรกิจและผลตอบแทนทางการเงิน

เห็นได้ชัดจากที่ ดร.รักษ์ พูดถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยระบุว่า…BAM สามารถสร้างผลเรียกเก็บได้ 3,026 ล้านบาท และมีกำไรกว่า 217 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจจะยังผันผวน พร้อมคงเป้าหมายผลเรียกเก็บทั้งปีไว้ที่ 17,900 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนว่า…BAM กำลังพยายามสร้าง “สมดุล” ระหว่างการช่วยเหลือลูกหนี้กับการรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์ 3 ฟันเฟือง ได้แก่…
การบริหาร NPL และ NPA อย่างเข้มข้น
การลงทุนในระบบดิจิทัลและ e-Marketplace
รวมถึง การพัฒนา “Hybrid Talent” หรือ บุคลากรยุคใหม่ที่เข้าใจทั้งการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี
ที่สำคัญ การสังคายนากฎระเบียบและแนวคิดองค์กรที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคหลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 กำลังกลายเป็นอีกภารกิจสำคัญของ BAM เพราะโลกปี 2569 ไม่เหมือนโลกปี 2546 อีกต่อไป
ในวันที่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ธนาคารพาณิชย์มีหนี้เสีย แต่คือ…คนไทยจำนวนมากกำลังสูญเสียโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
ดังนั้น ระบบ AMC จึงอาจต้องเปลี่ยนจาก “เครื่องมือเก็บกวาดหนี้” ไปสู่ “กลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม”
ถึงบรรทัดนี้“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…สิ่งที่ BAM กำลังทำ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารทรัพย์ด้อยคุณภาพ
แต่มันคือ…การทดลองสร้าง “เศรษฐกิจแห่งโอกาสครั้งที่สอง” บนฐานของหนี้เสียและทรัพย์ค้างระบบของไทย!!!
เพราะหากวันหนึ่ง…การแก้หนี้ไม่ได้จบเพียงแค่การปิดบัญชี แต่หมายถึงการคืนบ้าน คืนเครดิต คืนโอกาส และคืนชีวิตให้ผู้คนได้จริง
นั่นก็อาจเป็น “นิยาม” หรือ “ความหมายใหม่” ของธุรกิจบริหารหนี้ (AMC) ในอนาคตของประเทศไทยก็เป็นได้!!??.







