ได้เวลา QR Codeไทย!!!

(เมื่อรัฐไทยกำลังเร่งเกม ‘Tourism Payment Hub’ จากสแกนจ่าย…สู่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่)

การผลักดัน Cross-Border QR Payment ไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวก แต่มันคือ…การยกระดับโครงสร้างการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งระบบ และอาจเป็น “ก้าวแรก” ของไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจการเงินระดับภูมิภาค

ในห้วงเวลาที่ ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับมาแตะระดับ “หลักสิบล้านคน” ตั้งแต่ต้นปี เช่นนี้ จำเป็นที่นโยบายด้านการท่องเที่ยวของไทย ต้องขยับจาก “การดึงคนเข้าประเทศ” ไปสู่ “การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากคนที่เข้ามา” อย่างชัดเจน

หนึ่งในสัญญาณสำคัญ นั่นคือ…การผลักดันระบบ Cross-Border QR Payment ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน

กิจกรรม SCAN THAILAND – PAY LIKE A LOCALที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานี เมื่อไม่นานมานี้ โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อน กิจกรรมข้างต้น

แบงก์รัฐแห่งนี้ ร่วมกับ…การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ ธนาคารสมาชิกอีก 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารไอซีบีซีไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เป้าหมายใหญ่สำคัญ คือ…ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและร้านค้าในแหล่งท่องเที่ยวให้สามารถรองรับการชำระเงินผ่านระบบ QR Code ข้ามประเทศ (TH-Inbound) ขับเคลื่อนการยกระดับจังหวัดสู่ “Smart Tourism & Cashless Province” ด้วยมาตรฐาน QR ร้านค้าเดียวทั้งจังหวัด

หากมองผิวเผิน สิ่งนี้ อาจถูกมองเป็นเพียง…กิจกรรมส่งเสริมร้านค้าในพื้นที่ให้รองรับ QR Payment ข้ามประเทศ

แต่หากมองให้ลึกลงไปกว่านั้น นี่ไม่ใช่แค่…“โครงการภาคสนาม” หากแต่เป็น…ภาพสะท้อนของการขยับเชิงยุทธศาสตร์ ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ???

สาระสำคัญของโครงการนี้ ก็คือ…การเปิดให้ร้านค้าในพื้นที่สามารถรับชำระเงินผ่าน Cross-Border QR Payment ได้

โดยเฉพาะจาก…นักท่องเที่ยวที่ใช้ Mobile Wallet อย่าง Alipay, WeChat Pay หรือเครือข่าย UnionPay ซึ่งเป็น กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของไทยในปัจจุบัน

ความเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ “การใช้เงินในต่างประเทศ” ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป!!!

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ นี่คือ…การลด “แรงเสียดทาน” ในระบบการใช้จ่าย

เมื่อความยุ่งยากลดลง พฤติกรรมการใช้เงินก็เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวสามารถสแกนจ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องแลกเงินสด ไม่ต้องกังวลเรื่องเศษเงิน หรือข้อจำกัดของร้านค้า

ส่งผลให้การใช้จ่ายเกิดขึ้นได้บ่อยขึ้น กระจายตัวมากขึ้น และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม

จาก…จุดตั้งต้นเล็ก ๆ อย่างกิจกรรมในจังหวัดอุดรธานี เราจึงเริ่มเห็นภาพที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือ…การที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทบาท “Tourism Payment Hub” หรือศูนย์กลางการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย!!??

แนวคิดนี้…มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่จำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโจทย์ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียง “จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้มากแค่ไหน?”

แต่คือ…“จะทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้จ่ายได้มากขึ้นอย่างไร?”

ดังนั้น Cross-Border QR Payment จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนเกมจากการเน้นปริมาณ ไปสู่การเน้นมูลค่า!!!

จุดแข็ง! ของไทย ก็คือ…การเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอยู่แล้ว

เมื่อมี การยกระดับระบบการชำระเงิน จึงถือเป็นการ “ต่อยอด” จากฐานเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กล่าวคือ…

ไม่จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด แต่สามารถเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกมิติที่สำคัญไม่ต่างกัน ก็คือ…การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก การที่ร้านค้าชุมชนสามารถรับชำระเงินผ่าน QR ข้ามประเทศได้

สิ่งนี้…จะช่วยทำให้ เงินของนักท่องเที่ยวไม่ได้กระจุกอยู่เพียงในโรงแรมหรือห้างสรรพสินค้า แต่เริ่มไหลเข้าสู่ร้านค้าท้องถิ่น ตลาด และผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในระดับพื้นที่ อย่างแท้จริง!!!

อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ Tourism Payment Hub ก็ยังมีโจทย์ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะเรื่อง…การพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ การบริหารจัดการข้อมูลการใช้จ่าย และความพร้อมของผู้ประกอบการรายย่อยในการปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล

หากไทยยังไม่สามารถบริหารประเด็นเหล่านี้ได้อย่างสมดุล อาจทำให้ไทยอยู่ในสถานะ “ผู้ใช้งานระบบ” มากกว่าจะเป็น “ผู้กำหนดระบบ”!!!

ในภาพรวม กิจกรรมที่ ธนาคารของรัฐและเอกชน ได้ร่วมขับเคลื่อนในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียง…การส่งเสริมร้านค้าในจังหวัดหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานเชิงโครงสร้าง ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูมิภาค

ท้ายที่สุด! การสแกนจ่ายที่เกิดขึ้นในร้านค้าชุมชน อาจดูเป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ในระดับพื้นที่ แต่เมื่อ เชื่อมโยงเข้ากับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่า นี่คือ…ก้าวสำคัญของไทยในการขยับจาก “ประเทศปลายทางของนักท่องเที่ยว” ไปสู่ “ศูนย์กลางของการใช้จ่าย” และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทที่ใหญ่กว่านั้นในอนาคต

นั่นเพราะ…ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ผู้ที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดเท่านั้น แต่คือประเทศที่สามารถทำให้เงินของนักท่องเที่ยว “ไหลเวียนได้มากที่สุด และอยู่ในระบบของตนเองได้นานที่สุด”

ซึ่งก็คือ…หัวใจของแนวคิด Tourism Payment Hub ที่ไทยกำลังเริ่มต้นวางหมากอยู่ในวันนี้ นั่นเอง!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password