Thailand Plus!!??

(‘เร่งรัฐให้เร็ว – ทำให้น่าถือเชื่อได้’ ดันจีดีพีโต “3% พลัส” ในโลกการค้าที่เปลี่ยนกติกาถาวรไปแล้ว)

 เวที TDR 2025 ส่งสัญญาณชัด โลกการค้า–การเงินกำลังเขียนกติกาใหม่ รัฐต้อง “เร็วกว่า–น่าเชื่อถือกว่า” จึงจะลดต้นทุนความเสี่ยงให้ตลาดได้จริง และวลี “3% พลัส” จากปาก ดร.เอกนิติ พ่วงข้อเสนอภาคเอกชนไทย จัดวงประชุม “ครม.–กกร. รายสัปดาห์” เดิมพันของ “รัฐบาลอนุทิน 2” จึงไม่ใช่แค่…นโยบายใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนวัฒนธรรมการตัดสินใจของรัฐ นำสู่วิถี… Thailand Plus!!!

วทีสัมมนาวิชาการนานาชาติ “Navigating Global Trade Shifts: Insights from the UNCTAD Trade and Development Report and Strategic Implications for Thailand” เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่เพียงเวทีวิชาการ หากแต่เป็น “สัญญาณเตือนเชิงยุทธศาสตร์” ที่ว่า…

โลกการค้าในปี 2026 กำลังถูกกำหนดโดยแรงเสียดทานใหม่ ทั้งปม…ภูมิรัฐศาสตร์ วงจรการเงินโลก ความผันผวนค่าเงิน และความเสี่ยงภูมิอากาศ…ที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

รายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) ชี้ถึงภาวะ Trade–Finance Asymmetry” หรือ ความไม่สมดุลระหว่างการค้าและการเงิน

เพราะเมื่อ….สภาพคล่องโลกผันผวน ต้นทุนเงินสูงขึ้น และค่าเงินแกว่ง การค้าโลกย่อมชะลอโดยอัตโนมัติ!!!

โดยเฉพาะกับ…ประเทศกำลังพัฒนา

ดร.ศุภชัย พาณิชยภักดิ์ อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) เตือนบนเวทีนี้ ว่า…โลกจะไม่ย้อนกลับไปสู่รูปแบบเดิมของโลกาภิวัตน์อีกแล้ว!!??

แม้จะมีความพยายาม “ปฏิรูปสถาบันพหุภาคี” ทว่า…ระบบการค้าโลก จำเป็นต้องได้รับการประคับประคองผ่านความร่วมมือที่เข้มแข็ง และควรมุ่งสู่ “development-oriented globalization” หรือ…โลกาภิวัตน์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน

อดีต ผอ. WTO ย้ำบทเรียนจากวิกฤตการเงินปี 2008 ว่า…ความหละหลวมของการกำกับดูแลสถาบันการเงินสามารถลุกลามเป็นวิกฤตระบบได้ และในปัจจุบัน การขยายตัวของตลาดทุน การลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ที่พึ่งพาการกู้ยืมสูง อาจก่อฟองสบู่หากขาดการบริหารจัดการเชิงนโยบายที่เหมาะสม

ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวเสริมว่า “นโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการต่างประเทศไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป”

ดังนั้น จากนี้ไป…การทูตต้องเป็น “การทูตเศรษฐกิจ” และต้องเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกับย้ำว่า…การสร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย ถือเป็น “ภารกิจหลัก” ของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะในโลกที่กติกาแกว่ง ประเทศที่คาดการณ์ได้…จะได้เปรียบ!!!

ในมิติการค้า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า…โลกกำลังเผชิญ “Extreme Polarization” หรือการแบ่งแยกอย่างสุดขั้ว แต่ไทยยัง “ยืนบนหลักการ” เป็น…พันธมิตรกับทุกประเทศ บนพื้นฐานความเปิดกว้างและความเคารพซึ่งกันและกัน

ว่าที่รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ย้ำว่า Trust คือสกุลเงินตราใหม่ของการค้าระหว่างประเทศ  และการค้าไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของ Team Thailand ทั้งภาครัฐและเอกชน”

คำว่า Trust” จึงเป็น…สะพานเชื่อม ระหว่าง…เวที TDR กับธีม “ประเทศไทยพลัส” ของ “รัฐบาลอนุทิน 2” อย่างยากจะปฏิเสธได้!!??

เมื่อ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวในวันเดียวกันถึงเป้าหมายเศรษฐกิจในปี 2569 ว่า…ไทยจำเป็นจะต้องขยับการเติบโตของจีดีพีจาก 2.4% ไปสู่ “3% พลัส”

“หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ของ “รัฐบาลอนุทิน” ไม่ได้มองตัวเลขดังกล่าวในเชิง…เร่งการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ได้ย้ำหนักแน่น ว่า…

การเติบโตที่สูงขึ้น จะต้องตั้งอยู่บนฐานเสถียรภาพทางการคลัง และความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ

“การเร่งเครื่องเศรษฐกิจต้องไม่แลกกับวินัยการคลัง” ข้างต้นคือ “หลักคิด” ที่เขาเน้นย้ำ พร้อมกับระบุว่า…

การใช้จ่ายภาครัฐจะต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเน้นลงทุนที่ก่อให้เกิดผลิตภาพ และจะต้องสร้างพื้นที่ทางการคลังรองรับความผันผวนจากภายนอกอย่างเต็มที่!

ดร.เอกนิติ ยังชี้ด้วยว่า…เป้าการเติบโตของจีดีพีในปี 2569 ที่ “3% พลัส” จะเกิดขึ้นได้…เมื่อกลไกของรัฐ ได้ “ลดความไม่แน่นอน” ให้กับภาคเอกชน และจะต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงใหม่

“สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่คือ…ความชัดเจนและความคาดการณ์ได้”

รองนายกฯและรมว.คลัง ชี้ว่า…ความเร็วของการตัดสินใจในเชิงนโยบาย จะเป็น “ตัวเร่งสำคัญ!” แต่ความเร็ว…ก็จะต้องมาพร้อมกรอบงบประมาณที่ชัดเจน และการติดตามผลอย่างเป็นระบบ

มิฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการลงไปจะกลายเป็นภาระด้านการคลังในระยะยาว!!!

ในจังหวะเดียวกัน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย ได้เสนอให้รัฐบาล…จัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกับภาคเอกชน (กกร.) ในทุกๆ สัปดาห์ ภายใต้กรอบ “ครม.เศรษฐกิจ” เพื่อให้การแก้ปัญหาเชิงนโยบาย…เกิดขึ้นแบบทันที!

นั่นเพราะ…“โลกไม่รอใคร การตัดสินใจที่ล่าช้า…จะเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคเอกชน”

นั่น…สะท้อนความต้องการของภาคธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาที่สุด!!!

ข้อเสนอนี้ สอดรับกับมุมมองของ ดร.เอกนิติ ที่เห็นว่า…ความเร็วของรัฐ จะต้องเป็นความเร็วที่มีวินัยด้านการคลัง หากการประชุมรายสัปดาห์ระหว่าง ครม.กับตัวแทนภาคเอกชน สามารถจบด้วย…คำตัดสินที่ชัดเจน มีกรอบงบประมาณรองรับ และมีระบบติดตามผลที่ตรวจสอบได้

ปัจจัยข้างต้น…จะช่วย ลด time lag (เวลาที่ล่าช้า) ระหว่าง…ปัญหากับนโยบาย อีกทั้งยังจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนได้จริง

อย่างไรก็ตาม “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ก็เตือนว่า…ความเร่งรีบที่ขาดการประเมินผลกระทบทางการคลัง อาจย้อนกลับมา “กดทับ!” เสถียรภาพในอนาคต ก็เป็นได้???

“การเติบโตที่ยั่งยืนต้องมีภูมิคุ้มกัน” คำกล่าวนี้ สะท้อนแนวคิดว่า…ประเทศไทยจะต้องบริหารสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจและการรักษาความแข็งแรงของฐานะการคลัง

ฉากทัศน์! ฐานของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 2.7 – 3.0% ได้ ต่อเมื่อ…ภาครัฐสามารถจะผลักดันมาตรการลด friction (แรงเสียดทาน) ได้สำเร็จในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าจะดันให้เป็น…ฉากทัศน์! บวกที่ทะลุเกิน 3% แล้ว ก็จะต้องอาศัยทั้ง…ความเร็วและความน่าเชื่อถือ ไปพร้อมกัน

การลงทุนเอกชน…ต้องขยับก่อนงบประมาณรัฐ และความผันผวนทางการเงิน  จะต้องถูกบริหารอย่างรอบคอบตามที่เวที TDR ได้ส่งสัญญาณเตือนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ประเทศไทยพลัส หรือ Thailand Plus ภายใต้การบริหารจัดการของ ทีมไทยแลนด์ (Team Thailand) “รัฐบาลอนุทิน 2” จึงไม่ใช่เพียง…สโลแกนสวยๆ หรือพูดเอามันส์!!!

หากแต่เป็น “บททดสอบ” วัฒนธรรมการตัดสินใจของรัฐไทย ว่า…จะสามารถเปลี่ยนจาก “ระบบตอบสนองช้า”  ไปสู่ “รัฐที่ลดต้นทุนความเสี่ยงให้ตลาดได้จริงหรือไม่?”

และในมุมของ ดร.เอกนิติ กับเงื่อนไขของ “3% พลัส” มันคือ…การทำให้ความเร็วของรัฐ เดินคู่กับความน่าเชื่อถือทางการคลัง

ในโลกที่ “กติกา” เปลี่ยนเร็วกว่า “การปรับตัว” ของหลายประเทศ? นั้น ประเทศที่ปรับตัว นำสู่วิถีทาง “เร่ง” ได้ก่อนและทำให้ “เชื่อถือ” ได้ก่อน ย่อมจะเติบโตได้ก่อนเช่นกัน

และนั่นคือ…สาระสำคัญของ “ประเทศไทยพลัส” ในอีก 4 ปีข้างหน้ากับ “รัฐบาลอนุทิน 2” ว่า…ที่สุด! พวกเขาจะสามารถสร้าง “จุดเปลี่ยน…เชิงโครงสร้าง!” หรือเป็นได้แค่เพียง…“เครื่องหมายบวกบนกระดาษ”

ไม่ต้องรอจนถึง 4 ปี? คนไทยและภาคธุรกิจไทย…ก็จะได้รู้กันถ้วนทั่วอยู่แล้ว!!!.

อ่านข่าวเกี่ยวที่ข้อง…

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ : ห่วง! ‘ดับ’ กลางทาง??? (ตัวเลขจีดีพีปี’68 โต 2.4% ดีเกินคาด? แต่ด่านหิน…เป้า 3% พลัส! ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ ต้องฝาพายุการเมือง? เร่งจัดทำ ‘งบปี 70’ – คุม ‘วินัยการคลัง’) https://yutthasartonline.com/strategies/156156

เวที ITD–พาณิชย์–กต.–UNCTAD : ไทยกำหนดยุทธศาสตร์การค้าใหม่ รับมือโลกปั่นป่วน–การเงินผันผวน https://yutthasartonline.com/economy/156157

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password