ทองคำไทย! อิงวินัยการคลัง? (จบ)

(วินัยการคลัง = เงื่อนไข! : รัฐบาลใหม่จะรักษาแต้มต่อ หรือใช้จนหมด!!??)

“ทองคำ” รับบทเป็น “กันชน” ช่วยลดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่ผันผวนได้ แต่มิอาจทดแทน…ความไร้วินัยทางการคลัง  ในโลกที่ “มหาอำนาจ” ใช้การค้าและค่าเงิน เป็น “เครื่องมือทางอำนาจ” การตัดสินใจด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศของ “รัฐบาลใหม่” จะเป็นตัวชี้วัดว่า “แต้มต่อ” ที่ไทยมีอยู่ จะแปรเปลี่ยนกลายเป็น…“อำนาจต่อรอง” หรือเป็นได้ “ความเสี่ยง” ในสายตานานาชาติ 8 ก.พ.นี้ ต้องตัดสินใจให้ดี!!!

ต่อเนื่องจากตอนแรก…(ทองคำ = แต้มต่อ! : ไทยยืนตรงไหน? ในเกมการเงินโลกที่กำลังเปลี่ยน!!! https://yutthasartonline.com/strategies/154957) ที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ได้ชี้ให้เห็นว่า…ไทยมีแต้มต่ออะไรอยู่ในมือ???

บทความตอนจบนี้ จึงต้องตั้งคำถามต่อไป ว่า…

แล้วใครจะเป็นผู้ถือไพ่?

และ จะเล่นเกมนี้อย่างไร?

เพราะในโลกความเป็นจริง! “แต้มต่อ” ของประเทศไม่ได้สูญหายเพราะ “แรงกดดัน” จากภายนอกเพียงอย่างเดียว หากแต่บ่อยครั้ง…ที่ได้ถูก “บั่นทอน” จากการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ของรัฐบาลเอง

วินัยการคลังจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคของใคร? หากแต่เป็น “หัวใจ” ของความน่าเชื่อถือในเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศเสียมากกว่า!!!

ที่ผ่านมา คำเตือน! ในเรื่องวินัยการคลัง…ไม่ได้มาจากนักวิชาการที่อยู่ “นอกระบบ” เพียงอย่างเดียว หากแต่มาจาก…ผู้ที่เคยทำงบประมาณของรัฐ “มากับมือ???”

ใช่! เรากำลังพูดถึง คำเตือนแรงๆ จาก…นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และอดีต สว. ที่เพิ่งได้ยออกมาเตือนสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมา ก่อนการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง ในทำนอง…

นโยบายที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก! โดยไม่ชี้ถึงแหล่งเงินรองรับ และภาระในอนาคตอย่างชัดเจน อาจไม่ก่อปัญหาในระยะสั้น แต่จะสร้างความเสี่ยงเชิงโครงสร้างให้ประเทศในระยะยาว

โดยเฉพาะในช่วงที่ “ต้นทุนทางการเงิน” ของโลก มีแนวโน้มสูงขึ้น และความไม่แน่นอน ที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบายว่า…วินัยการคลัง ไม่ใช่การไม่ใช้งบประมาณ แต่มันเป็นการใช้งบของรัฐ โดยรู้ “ขีดจำกัด!” ของประเทศ และไม่ “ผลักภาระ” ทั้งหมดไปให้รัฐบาลชุดใหม่ หรือคนรุ่นถัดไป

หากหลักการนี้…ถูกละเลย!!! ต่อให้ประเทศมี “ทุนสำรอง” หรือ “สินทรัพย์” รองรับมากสักเพียงใด? ความเชื่อมั่น ก็อาจถูก “บั่นทอน” ได้ในที่สุด!!!

จากบริบทโลก…ในช่วงต้นปี 2569 ยิ่งทำให้คำเตือนข้างต้น มีน้ำหนักมากขึ้น? เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้…มาตรการทางการค้า และการตรวจสอบนโยบายค่าเงินเป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาระหว่างประเทศ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มประเทศไทย เข้าสู่ “บัญชีเฝ้าระวัง” (Monitoring List) ในรายงานล่าสุด โดยพิจารณาจากประเด็น…การเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ และดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด!!??

การอยู่ในบัญชีดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า…ไทยจะถูกตัดสินว่าเป็นชาติที่ “บิดเบือนค่าเงิน”

หากแต่มันสะท้อนได้ว่า…การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของไทย กำลังถูกประเมินอย่างละเอียดในบริบท “การแข่งขันเชิงอำนาจ” ของโลก

จากนี้ไป…ในทุกการขยับของนโยบายค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย หรือการใช้จ่ายภาครัฐของไทย เมื่อนำมารวมกันแล้ว จะถูก “ตีความ!” ในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ…มากกว่าที่เคยเป็น???

ช่วงเวลาเดียวกัน ค่าเงินบาทของไทย ก็อาจต้องประสบกับความผันผวนที่สูงขึ้น จากแรงกดดันภายนอก ทั้งจากทิศทางดอลลาร์สหรัฐ นโยบายภาษีนำเข้า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้การนำของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการฯคนปัจจุบัน ก็ต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากมากขึ้น!

ระหว่าง…การจะรักษาสมดุลระหว่างการประคองเศรษฐกิจภายในประเทศ

กับ…การหลีกเลี่ยง “การส่งสัญญาณ” ที่อาจถูกมองว่าเป็น…การจงใจทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าเหนือสหรัฐฯ!!??

สถานการณ์เช่นนี้ สะท้อนชัดว่า…วินัยการคลังไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในประเทศอีกต่อไปแล้ว???

แต่มันได้กลายเป็น ส่วนหนึ่ง…ที่สะท้อนสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ!!!

เช่นกัน ประเทศที่ใช้ “นโยบายการคลัง” อย่างรอบคอบ ก็จะมี “เกราะป้องกัน” จาก…ข้อกล่าวหาและแรงกดดันจากภายนอกมากกว่า…ประเทศที่ใช้นโยบายแบบเร่งรัดและขาดกรอบวินัยการคลังรองรับ

ทองคำและทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย จึงทำหน้าที่เป็น “กันชน” ในยามที่เศรษฐกิจโลกผันผวน อีกทั้ง ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่น และลดความเปราะบางของระบบการเงิน

แต่ทว่า “กันชน” ที่ว่านี้ จะทำงานได้จริง! ก็ต่อเมื่อ…มันมาพร้อมกับ “วินัยการคลัง” ที่น่าเชื่อถือ!!!

หาก “รัฐบาลชุดใหม่” ที่เกิดขึ้น…ภายหลังจากการเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เลือกที่จะใช้…นโยบายการเงินและการคลัง แบบขาดความระมัดระวัง!!??

“ทองคำ” ที่ไทยถือไว้เป็น…ทุนสำรองระหว่างประเทศ ราว 234.52 ตัน ติดอันดับ Top 20 ของโลก และมากสุดเป็น “อันดับหนึ่ง” ของภูมิภาคอาเซียน

ก็จะไม่ถูกมองเป็น “สัญลักษณ์” ของความมั่นคง! อีกต่อไป

หากแต่จะถูกลดคุณค่า และถูกมองเป็นเพียง “สินทรัพย์” ที่อาจถูกใช้จนหมดไปในวันหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาระยะสั้น…ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการบริหารเชิงนโยบาย!!!

คำถามสำคัญ…สำหรับ “รัฐบาลสมัยหน้า” จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า…พวกเขาจะใช้นโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก! หรือไม่? อย่างไร? หากแต่อยู่ที่พวกเขา…จะใช้อย่างมีกรอบ มีแหล่งเงินรองรับ และไม่ทำลายความเชื่อมั่นในระยะยาวเพียงใด?

ในเชิงกฎหมาย…การเปลี่ยนนโยบาย อาจไม่ใช่ความผิดโดยอัตโนมัติ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ หาก “ผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้น! ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงของประเทศเพิ่มขึ้น!

แน่นอนว่า…ย่อมฉุดความน่าเชื่อถือ และลดอำนาจต่อรองของไทยลงมา!!!

นโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก! ที่ขาดการวางกรอบอย่างเหมาะสม ไม่มีแหล่งเงินรองรับ กระทั่ง ทำลายความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาวนั้น สิ่งนี้…ย่อมเป็น “ต้นทุนความเสี่ยง! ที่สูงมาก และเป็นเรื่องที่ทุกคนในประเทศ…ต้องแบกรับร่วมกัน!!??

ถึงบรรทัดนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ขอยืนยันว่า…ประเทศที่มี “ทองคำ” สูงมาก แต่หาก “ไร้วินัย” ด้านการคลัง!!! ก็ย่อมจะถูกมองว่าเป็น…“ประเทศเสี่ยง! หาใช่ประเทศที่มั่นคง?”

ดังนั้น “แต้มต่อ” ที่ไทยมีอยู่ในวันนี้ จึงเป็น “ภารกิจหลักสำคัญ” ที่ “รัฐบาลชุดใหม่” จะใช้เป็น…

สะพานสู่ความมั่นคงระยะยาว หรือจะถูกใช้จนหมดความหมาย!”

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ…“การตัดสินใจ…เชิงนโยบาย” ในห้วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้ายนี้

และนี่ คือ…เหตุผลที่ “วินัยการคลัง” ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง หากแต่เป็น “ความรับผิดชอบร่วมกัน” ของทั้งสังคมไทย

นาทีนี้ คนไทย…จะต้องตัดสินใจเลือก “ว่าที่รัฐบาลชุดใหม่” ที่มีนโยบายไม่สร้างปัญหาต่อ…ทองคำและทุนสำรองระหว่างประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569 ระบุว่า เงินสำรองระหว่างประเทศของไทย มีอยู่ที่ 307,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10.6 ล้านล้านบาท)

พรรคใด? แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีหน้าไหน? ที่ประกาศหาเสียงปาวๆ ในทำนอง…จะสร้างนโยบาย มาตรการ หรือโครงการใดๆ ก็ตาม ที่ “ชี้ชัด” ไม่ได้ว่า…

พวกเขาจะหาแหล่งเงินมาจากไหน? มีกรอบนโยบายการคลังรองรับอย่างไร?

นโยบายเชิงรุก! เหล่านี้ ย่อมเสี่ยง…ต่อการทำลายความเชื่อมั่นของประเทศในระยะยาว???

ท้ายที่สุด! พวกเขาก็อาจจะล้างผลาญ…ทองคำและทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ก็เป็นไปได้!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password