ตั้งสติก่อนแชร์!!??

(เหรียญอีกด้านของ AI เมื่อ ‘เทคโนโลยีอัจฉริยะ’ ถูกใช้ปั้นความเท็จ เขย่าสังคมและการเมือง)

จาก “AI – ผู้ช่วยอัจฉริยะ” สู่ “โรงงานผลิต Fake News เกม Engagement ที่แลกด้วยความแตกแยกของสังคม โดยเฉพาะในช่วงใกล้เลือกตั้ง เมื่อการ “แชร์” อาจหมายถึงการมีส่วนร่วมโดยไม่รู้ตัว???

ในเวลาไม่กี่ปี เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การทำงาน การเรียนรู้ ไปจนถึงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน…บนโลกดิจิทัล

แต่ในขณะที่ AI ถูกยกย่องว่าเป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ของมนุษย์ เหรียญอีกด้านของเทคโนโลยีนี้ กำลังสร้างคำถามใหญ่? ให้กับสังคมไทย!

เมื่อ AI ถูกนำไปใช้โดยปราศจากจริยธรรม และกลายเป็นเครื่องมือผลิต “ความเท็จ” อย่างเป็นระบบ กระทั่ง ส่งผลกระทบวงกว้างต่อสังคมไทย ตามมา…

จากผู้ช่วยคิด สู่โรงงานผลิตความเชื่อ

หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่สุด คือการใช้ AI ในการผลิต Fake News และ Disinformation ไม่ใช่ในฐานะความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ในฐานะ “กระบวนการที่ถูกออกแบบมาแล้ว” เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง กระตุ้นอารมณ์ และชี้นำความเชื่อของผู้รับสาร

วันนี้ AI สามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอที่เหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม คลิปเสียงที่ไม่เคยถูกพูด ภาพเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิด หรือข่าวที่ดูเหมือนมาจากสื่อหลัก สามารถถูกผลิตขึ้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที และถูกปล่อยสู่สังคมในปริมาณมหาศาล

เกม Engagement ที่แลกมาด้วยความเสียหายของสังคม

บื้องหลังข้อมูลเท็จจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากประชาชนทั่วไป แต่เชื่อมโยงกับ เครือข่ายรับจ้างผลิตคอนเทนต์ ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือหลัก เป้าหมายไม่ใช่การให้ข้อมูล แต่คือ การสร้างยอด Like – Share – Comment เพื่อแปลงเป็นมูลค่าทางธุรกิจ

คอนเทนต์เหล่านี้มักถูกออกแบบให้ “กระแทกอารมณ์” สร้างความโกรธ ความกลัว หรือความเกลียดชัง ใช้พาดหัวรุนแรง แต่ตัดทอนบริบท บิดบางส่วนของความจริงให้ดูน่าเชื่อถือ เมื่อยอดปฏิสัมพันธ์พุ่งสูง รายได้และผลประโยชน์ก็ไหลเข้า ขณะที่ต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย คือความแตกแยก ความเข้าใจผิด และความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

ใกล้เลือกตั้ง : สนามรบข้อมูลที่อันตรายที่สุด

ปรากฏการณ์นี้จะทวีความรุนแรงเป็นพิเศษ! ในช่วง ใกล้การเลือกตั้ง เมื่อ “ข้อมูล” กลายเป็นอาวุธทางการเมือง AI ถูกใช้เพื่อผลิตคอนเทนต์จำนวนมากในเวลาอันสั้น ทั้งการโจมตีฝ่ายตรงข้าม สร้างภาพลบให้บุคคลหรือองค์กร และ ขยายข่าวลือให้กลายเป็น “กระแส”

สิ่งที่น่ากังวล คือ ผู้รับสารจำนวนมากไม่มีเวลา หรือไม่มีทักษะเพียงพอในการตรวจสอบข้อมูล เมื่ออารมณ์ถูกกระตุ้น การกดแชร์จึงเกิดขึ้นก่อนการตั้งคำถาม และในโลกดิจิทัล การแชร์เพียงครั้งเดียว อาจหมายถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการบิดเบือนโดยไม่รู้ตัว

ผลกระทบที่ไม่ได้ทำลายแค่ใครคนหนึ่ง

เหยื่อของ Fake News ไม่ได้มีเพียงบุคคลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่คือ สังคมทั้งระบบ! องค์กรเสียชื่อเสียงจากข้อมูลที่ไม่เป็นธรรม, บุคคลถูกตัดสินจากข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน, ความเชื่อมั่นในสังคมและระบบประชาธิปไตยถูกบั่นทอน

แม้ในหลายกรณีจะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายโดยตรง แต่กลับเป็นความผิดพลาดเชิงจริยธรรมที่ร้ายแรง!!!

ถึงเวลา “ฉุกคิด!” ก่อนกดแชร์

ในวันที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน ความรับผิดชอบจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ มนุษย์ผู้ใช้และผู้เสพสื่อ การรู้เท่าทันสื่อ การตั้งคำถามกับแหล่งที่มา และการไม่ตกเป็นเครื่องมือของเกม Engagement คือภูมิคุ้มกันสำคัญของสังคม

การหยุดอ่านอีกนิด ตรวจสอบอีกหน่อย และคิดถึงผลกระทบก่อนกดแชร์ อาจเป็นการกระทำเล็ก ๆ แต่คือพลังใหญ่ในการปกป้องสังคมจากเหรียญอีกด้านของ AI

เพราะเทคโนโลยีจะทรงพลังเพียงใด ก็ไม่ควรถูกใช้โดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password