กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือ “นักออกแบบไทยรุ่นใหม่” โชน ปุยเปีย เจ้าของแบรนด์ Shone Puipia ดึงเสน่ห์ “ผ้า GI ไทย” ผ้าไหมยกดอกลำพูนและผ้าตีนจกแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ออกแบบชุดสุดสร้างสรรค์จากผ้า GI ไทยให้กับ “แมนเนเกน พิส” (Manneken Pis) “รูปปั้นเด็กฉี่สัญลักษณ์” ประจำกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวง เบลเยียมและสหภาพยุโรป “ต้นแบบ” แนวคิดสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พร้อมส่งมอบชุดอย่างเป็นทางการให้กับสำนักงานเขตบรัสเซลส์ครั้งแรกในรอบ 30 ปี

น.ส.นุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯเดินหน้าขับเคลื่อน นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการผลักดัน สินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นเชื่อมโยงกับพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าและโอกาสทางค้าให้กับ สินค้า GI โดยปัจจุบันมี สินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 234 รายการ

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาดึงนักออกแบบรุ่นใหม่สายเลือดไทย คุณโชน ปุยเปีย เจ้าของแบรนด์ Shone Puipia จบการศึกษามาจาก Royal Academy of Fine Arts Antwerp สถาบันแฟชั่นชั้นนำของประเทศเบลเยียม มาทำออกแบบชุดให้กับประติมากรรมแมนเนเกน พิส รูปปั้นเด็กฉี่ สัญลักษณ์ประจำเมืองบรัสเซลส์ เมืองหลวงของสหภาพยุโรป ถือเป็น ต้นแบบของสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเบลเยียม และการจัดพิธีมอบอย่างเป็นทางการให้กับสำนักงานเขตบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลเรื่องการจัดแสดงเครื่องแต่งกายให้กับประติมากรรมแมนเนแกน พิส เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2568 ภายใต้การสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ในการร่วมจัดกิจกรรมและประสานงานหน่วยงานประจำเมืองที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่อัตลักษณ์สินค้า GI โดยเฉพาะกลุ่มผ้า GI ไทย ให้เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก สร้างโอกาสทางการค้าให้กับสินค้า GI ไทยในตลาดสากล และส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ โดย คุณโชนดึงอัตลักษณ์และนำเสนอเสน่ห์ความงามของผ้า GI ไทย 2 ชนิด คือ ผ้าไหมยกดอกลำพูน และผ้าตีนจกแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ ทันสมัย ซ่อนอารมณ์ขันไว้ในการออกแบบชุดในลักษณะเลิกกระโปรงขึ้น พร้อมแนวคิด “ยิงกระต่าย เด็ดดอกไม้ (Spot the Rabbit, Pick the Flower)” รวมถึง ถ่ายทอดความลื่นไหลของเพศสภาพโดยให้แมนเนแกน พิส สัญลักษณ์เด็กฉี่ผู้ชายสวมใส่ชุดกางเกงกระโปรงและเสื้อที่ตกแต่งด้วยโบว์ ซึ่งเป็นการสื่อสารเรื่องความหลากหลายทางเพศและความลื่นไหลของเพศสภาพ ผ่านงานดีไซน์ได้อย่างลงตัว
“ปัจจุบันผ้า GI ไทยมีทั้งสิ้น 17 รายการ สร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 1,500 ล้านบาท ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการยกระดับภาพลักษณ์ผ้าไทยและสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผ้า GI ไทยให้สูงขึ้น นำมาสู่การมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างยั่งยืน” น.ส.นุสรา กล่าว.





