“พาณิชย์” ขึ้นทะเบียน “แตงโมเกาะสุกร” จ.ตรัง เป็นแตงโม GI ตัวแรกของไทย ชี้! มีคุณภาพดี เอกลักษณ์โดดเด่น เนื้อละเอียด รสชาติหวานธรรมชาติ สร้างชื่อเสียง เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน ประกาศผลักดันสินค้า GI เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน เผย! แตงโม GI สร้างรายได้ให้ชุมชนเกษตรกรปีละกว่า 27 ล้านบาท

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นยกระดับเศรษฐกิจบนพื้นฐานแห่งอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย โดยการขึ้นทะเบียนและการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชนผ่านเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้า ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “แตงโมเกาะสุกร” เป็นสินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัดตรัง ต่อจากสินค้าหมูย่างเมืองตรัง พริกไทยตรัง และข้าวเบายอดม่วงตรัง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้

“แตงโมเกาะสุกร” มีเรื่องเล่าว่า เดิมเกาะสุกรมีหมูป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อมีชาวประมงไปอาศัย หมูป่าได้ย้ายถิ่นฐาน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนฝั่งพบเห็นฝูงหมูป่าว่ายน้ำอยู่บริเวณเกาะ จึงเรียกชื่อเกาะว่า “เกาะหมู” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น “เกาะสุกร” จนถึงปัจจุบัน ส่วนเมล็ดพันธุ์แตงโม ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะได้รับมาจากกัปตันเรือชาวจีนที่เดินเรือผ่านมา และได้แวะพักอาศัยหลบมรสุม เมื่อเดินเรือผ่านมาอีกครั้ง จึงนำเมล็ดแตงโมมาฝากชาวบ้านเพื่อเป็นการตอบแทน
พื้นที่เกาะสุกร อยู่ใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นเกาะกลางทะเลอันดามันในมหาสมุทรอินเดีย มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายสามารถระบายน้ำได้ดี มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของแตงโมสูง ประกอบกับได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากอ่าวไทย ผสมผสานกับวิถีเกษตรกร ตามภูมิปัญญาในการปลูกแตงโมบนชายหาดซึ่งมีความแตกต่างจากพื้นที่อื่น ส่งผลให้แตงโมเกาะสุกรมีสีเปลือกอ่อนกว่าแตงโมพันธุ์เดียวกันที่ปลูกบริเวณอื่น ทำให้เห็นลวดลายชัดเจน เนื้อมีสีแดง สีส้ม และสีเหลือง เนื้อละเอียด กรอบ รสชาติหวานธรรมชาติ

ด้วยพื้นที่ของ เกาะสุกรเป็นแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถชิมแตงโมกันสดๆ และเลือกซื้อแตงโมได้ถึงแปลง จึงสร้างความเป็นเอกลักษณ์และความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนเกาะสุกรเป็นอย่างมาก ทำให้แตงโมเกาะสุกรมีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น และถือได้ว่าเป็นสินค้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชนกว่า 27 ล้านบาทต่อปี
ปัจจุบัน มีสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด สร้างมูลค่ากว่า 77,777 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะเดินหน้าผลักดันการควบคุมคุณภาพสินค้า GI เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า รวมถึงการส่งเสริมด้านการตลาด
ทุกท่านสามารถร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ GI และอุดหนุนสินค้า GI ไทย โดยติดตามข้อมูลสินค้า GI ได้ที่เพจ Facebook : GI Thailand หรือสอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา 1368.



