สินเชื่อใหม่ ธอส.แตะ 2.3 แสนล. – แจงสารพัดแผนช่วยลูกหนี้ ฉุด NPL ต่ำลง – เผย! ลดตั้งสำรองหนี้สูญ ชดเชยกำไรปีหน้า
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มั่นใจสิ้นปี 2567 ปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 2.3 แสนล้านบาท โฟกัสกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท เผย! มีสูงถึง 95,125 ราย ดันสินเชื่อคงค้างรวมแตะ 1.78 ล้านล้านบาท ส่วนกำไรใกล้เคียงปีก่อนที่ 1.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการ/มาตรการต่างๆ ฉุด NPL จาก 6.1% เหลือ 5.5% ลั่น! ปี 2568 พร้อมสานต่อนโยบายรัฐบาล หนุนคนไทยมีบ้านเพิ่มขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม คาดสินเชื่อใหม่ปีหน้าพุ่ง 2.4 แสนล้านบาท โตไม่น้อยกว่า 3% ด้าน NPL จะลดลงเหลือ 4-5% ยอมรับกำไรไม่โต แต่ช่วยลดตั้งสำรองหนี้สูญชดเชยได้
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดย ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2567 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 200,856 ล้านบาท จำนวน 155,536 บัญชี ซึ่งจำนวนนี้เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 95,125 ราย สะท้อนว่า ธอส. เป็นธนาคารที่ตอบโจทย์ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.78 ล้านล้านบาท ให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของลูกค้า อาทิ สินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส., โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ.2567, มาตรการสินเชื่อซื้อ – สร้าง และมาตรการสินเชื่อซ่อม – แต่ง ทำให้คาดการณ์ทั้งปี 2567 ธอส. จะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 230,000 ล้านบาท
ขณะที่การจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ให้กับลูกค้า โดยฉเพาะ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการรวม 114,101 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือ 133,255.49 ล้านบาท โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาบ้านให้คนไทย และทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของ ธอส. อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้
ทั้งนี้ ในส่วนของ NPL นายกมลภพ ระบุว่า 4 เดือนก่อนหน้านี้ ยังอยู่ที่ระดับ 6.1% แต่จากการบริการจัดการที่ดีและจากมาตรการต่างๆ ทำให้คาดว่า NPL ณ สิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ระดับ 5.5% สำหรับรายได้ในปีนี้ คงไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 16,000 ล้านบาท แม้รายได้จะไม่เพิ่มขึ้นเพราะต้องดำเนินการผ่านมาตรการต่างๆ แต่ก็ช่วยให้ ธอส. ไม่ต้องเพิ่มวงเงินในการตั้งสำรองเผื่อหนี้สูญ
สำหรับใน ปี 2568 ธอส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการสนับสนุนคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้วยการเป็นที่ 1 ของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดย ธอส. คาดการณ์ปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 น่าจะโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 คาดว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 240,000 ล้านบาท ผ่านการให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินงวดในการผ่อนชำระอยู่ในระดับที่เหมาะสม สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง (Social Solution) และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประจำ-อาชีพอิสระ ที่มีรายได้มากกว่า 25,000 บาท/เดือน (Business Solution) ส่วนคาดการณ์ NPL น่าจะอยู่ที่ระดับ 4-5% ขณะที่กำไรอาจลดลงจากปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ต้องดำเนินการมาตรการต่างๆ ก่อนหน้านี้
“จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในปลายปี 2567 ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจในปี 2568 ขยายตัวดีขึ้น ดังนั้น จึงคาดว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. จะได้ตามที่คาดการณ์ไว้ โดย ธอส. พร้อมสานต่อนโยบายของรัฐในการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน ด้วยการให้บริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าในปี 2568 จะปล่อยสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่าสินเชื่อใหม่ที่ปล่อยได้ในปี 2567 ได้” นายกมลภพ กล่าว
นอกจากนี้ ธอส. ยังพัฒนาการให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ (1) โครงการสอบทานกระบวนการให้สินเชื่อ (Automate Loan Review : ALR ) โครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อสอบทานคุณสมบัติของลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้สินเชื่อที่ตรงกับความต้องการและความสามารถของลูกค้า และ (2) โครงการระบบ GHB Digital Appraisal ระยะที่ 3 เป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการประเมินราคาหลักทรัพย์ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งมีการขยายพื้นที่ในการให้บริการไปยังสาขาต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยระบบดังกล่าวเป็นการให้บริการด้านข้อมูลการประเมินราคาหลักทรัพย์ในเบื้องต้นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มีความประสงค์จะขอสินเชื่อกับธนาคาร ให้สามารถประเมินราคาในเบื้องต้นเพื่อประมาณการวงเงินอนุมัติเบื้องต้นได้รวดเร็วขึ้น
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th.