• อาทิตย์ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12:47 น.

ปมเลือก สว. ใครตรวจสอบ กกต.?

BREAKING NEWS POLITICAL

(จากสิทธิประชาชนไทยฟ้องตรง ถึง…เส้นอำนาจศาลฎีกาในคดีคุณสมบัติ สว.)


ประธานศาลอุทธรณ์ ชี้! คดีฟ้องเลขาฯ และกรรมการ กกต. อยู่ในอำนาจศาลทุจริตฯ พร้อมให้เหตุผลเรื่องสิทธิฟ้องของประชาชน ขณะที่ กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลฎีการับคำร้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. 2 คดีจากการเลือก สว. 2567 เปิดคำถามเดียวกัน เมื่อ “ผู้จัดการเลือก” ถูกตั้งคำถามเสียเอง แล้วใครจะตรวจสอบได้ และตรวจได้แค่ไหน?

ใครฟ้องได้? :

คำวินิจฉัยของ นายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์ (เข้ารับตำแหน่ง 1 ตุลาคม 2569) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ข้อถกเถียงเรื่อง การเลือก สว. ขยับมาถึงคำถามว่า…เมื่อ “ผู้จัดการเลือก” ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประชาชนมีทางนำคดีขึ้นศาลด้วยตนเองหรือไม่?

คดีนี้เริ่มจาก นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ผู้มีชื่อใน…บัญชีสำรอง สว. ได้ยื่นฟ้อง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และกรรมการ กกต. รวม 8 คน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ก่อนที่…ศาลจะส่งปัญหาเขตอำนาจให้ ประธานศาลอุทธรณ์ชี้ขาด

คำวินิจฉัยที่ วท. 27/2569 ระบุว่า…คดีอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

ส่วนที่มี “น้ำหนัก” ทางการเมือง อยู่ที่…เหตุผลประกอบคำวินิจฉัย หากการเลือก สว. ถูกทำให้ไม่สุจริตและเที่ยงธรรมตามที่กล่าวหาในคำฟ้อง ความเสียหายย่อมโยงถึงอำนาจอธิปไตยของประชาชน

เหตุผลนี้ จึงมีนัยต่อการพิจารณาว่า…ใครเป็นผู้เสียหายและมีสิทธิฟ้อง? โดยศาลยังต้องพิจารณาเงื่อนไขของคำฟ้องและไต่สวนมูลฟ้องตามขั้นตอน ส่วนความผิดของผู้ถูกฟ้องเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ในคดี

ที่สุดแค่ไหน? :

อีกทางหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง เกี่ยวกับ…คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณา 3 คดี ขณะที่ กกต. เสียงข้างมากเห็นว่าคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อ รวมถึง คำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. มีผลเป็นที่สุดตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด จึงมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2)

เพื่อขอให้…ชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต.!!!

ศาลฎีกายกคำขอเลื่อนในคดีที่มีรายงานเมื่อวันที่ 5 และ 6 พฤศจิกายน เพราะขณะนั้น ยังไม่ปรากฏว่า…กกต. ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ คดีจึงเดินหน้าตามนัด ส่วนสถานะที่ยืนยันได้จากข้อมูลที่ตรวจถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน กล่าวคือ…กกต. มีมติให้ยื่น ขณะที่ ข้อโต้แย้ง ที่ว่า…ศาลฎีกาตรวจสอบได้เพียงใด? ยังต้องติดตามต่อไป

คำว่า “เป็นที่สุด!” จึงเป็น…หัวใจของปมปัญหานี้!!!

กระบวนการเลือกจะต้องมี “จุดยุติ” เพื่อให้ผลการเลือก มีความแน่นอน แต่หากมี “ข้อโต้แย้ง” เรื่องคุณสมบัติหรือการใช้กฎหมาย คำถามตามมา ก็คือ…

ความเป็นที่สุด! ครอบคลุมคำสั่งใด?

และ กฎหมายเปิดช่องให้ศาลตรวจสอบเรื่องใดได้บ้าง?

เส้นแบ่งนี้ จะกำหนดทั้งขอบเขตอำนาจของ กกต. และสิทธิของผู้ได้รับ!!??

ใครตรวจผู้จัดการเลือก? :

2 คดี! ทำให้เห็นการตรวจสอบคนละชั้น คดีคุณสมบัติ ถามว่า…ใครมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการเลือก? และใครชี้ขาดเมื่อเกิดข้อโต้แย้ง?

ส่วน คดีอาญา ถามว่า…ผู้จัดการเลือกปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่? และใครมีสิทธินำข้อกล่าวหานั้นขึ้นศาล?

คำตอบในแต่ละคดี จึงมีผลต่อ…ความน่าเชื่อถือของการได้มาซึ่งวุฒิสภาคนละด้าน!!??

น้ำหนักทางการเมือง! จึงอยู่ตรงที่ ความเป็นอิสระของ กกต. ต้องอยู่คู่กับความชัดเจนว่า…ใครตรวจสอบการใช้อำนาจได้???

เพราะเมื่อ “ผู้จัดการเลือก” เป็น…ผู้วินิจฉัยข้อร้องเรียนด้วย ดังนั้น ความชอบธรรมของผลการเลือก จึงย่อมต้องขึ้นอยู่กับคำตอบที่ว่า…

คำวินิจฉัยของ กกต. ควรยุติที่จุดใด? และประชาชนยังขอให้ศาลตรวจสอบเรื่องใดได้บ้าง?.