(โพลสะท้อนปมสวัสดิการเข้าไม่ถึง จากเงินเยียวยาน้ำท่วมถึงโจทย์จัดสรรงบรัฐ)
สวนดุสิตโพล เผย! กลุ่มตัวอย่าง 64.85% ไม่เชื่อมั่นการจัดสวัสดิการของรัฐบาลอนุทิน สะท้อนโจทย์ใหญ่? ทั้งการเข้าถึงสิทธิและคุณภาพชีวิต จับตา “เงินเยียวยาน้ำท่วม – ทิศทางจัดสรรงบประมาณ” บททดสอบใหญ่ วัดใจรัฐบาล ที่สุด! จะเปลี่ยนมาตรการช่วยเหลือให้เป็นความไว้วางใจได้อย่างไร?
ท่ามกลางกระแสข่าว การบริหารเศรษฐกิจและความเคลื่อนไหวทางการเมือง ผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับสวัสดิการรัฐ” ของ สวนดุสิตโพล เผยแพร่วันที่ 25 ตุลาคม 2569 นำคำถามพื้นฐานกลับมาวางตรงหน้า “รัฐบาลอนุทิน” อีกครั้งว่า…
สิทธิที่รัฐจัดให้ไปถึงประชาชนมากเพียงใด? และช่วยให้ชีวิตมั่นคงขึ้นจริงหรือไม่?
จากกลุ่มตัวอย่าง 1,132 คน สำรวจระหว่างวันที่ 20–23 ตุลาคม พบว่า…ร้อยละ 61.93 มองว่าประชาชนเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการได้ค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก ขณะที่ ร้อยละ 64.85 ไม่ค่อยเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเลยต่อการจัดสวัสดิการของ “รัฐบาลอนุทิน”
ตัวเลขนี้ เป็นความเห็นต่อ…สวัสดิการโดยเฉพาะ ไม่ใช่…คะแนนไม่ไว้วางใจรัฐบาล กระนั้น มันก็มีน้ำหนักเพียงพอให้ฝ่ายบริหารต้องทบทวนการทำงานของตัวเสียใหม่
สิทธิถึงมือหรือยัง :
นัยทางการเมือง ของผลโพล อยู่ที่…ช่องว่างระหว่างการประกาศนโยบายกับประสบการณ์ของผู้รับบริการ รัฐบาลอาจรายงานจำนวนผู้มีสิทธิ วงเงินช่วยเหลือ และยอดเบิกจ่ายได้ครบถ้วน ขณะที่ประชาชนไทยประเมินจากคำถามใกล้ตัวกว่า นั่นก็คือ…
พวกเขาได้รับอะไร?
ต้องผ่านกี่ขั้นตอน?
และ ความช่วยเหลือนั้นเพียงพอต่อความเดือดร้อนหรือไม่?
หากประชาชนไทยต้องเสียเวลาและค่าเดินทางเพื่อติดตามสิทธิ หรือไม่ทราบว่า…จะขอให้ใครแก้ไขข้อมูล ความยุ่งยากเหล่านี้ ย่อมเพิ่มต้นทุนการเข้าถึง แม้จะมีสิทธิอยู่ตามหลักเกณฑ์ก็ตาม
ประเด็นดังกล่าว เป็นสิ่งที่รัฐควรตรวจสอบจากข้อมูลการให้บริการจริงเพิ่มเติม เพราะผลโพลยังไม่ได้ระบุว่า…โครงการใดเป็นสาเหตุของความไม่เชื่อมั่น
สวัสดิการจึงเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนด้วย เมื่อระบบเข้าถึงง่ายและปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ความไว้วางใจก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่หากผู้เดือดร้อนยังไม่เห็นทางออก คำอธิบายเชิงนโยบายย่อมโน้มน้าวได้จำกัด
น้ำท่วมวัดผลงาน :
การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นกรณีร่วมสมัยที่ใช้ตรวจสอบการส่งมอบความช่วยเหลือได้ชัด แม้เงินเยียวยาภัยพิบัติจะมีลักษณะและหลักเกณฑ์ต่างจากสวัสดิการประจำ
วันที่ 24 ตุลาคม ปภ. รายงานการโอนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 26,334 ครัวเรือนใน 7 จังหวัด พร้อมแจ้งความคืบหน้าว่า ผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานครจะได้รับเงินภายใน 1–2 วัน ข้อมูลนี้สะท้อนว่า…ระบบช่วยเหลือกำลังดำเนินการ และควรติดตามผลต่อว่าประชาชนได้รับเงินตามกำหนดครบเพียงใด?
คำถามที่รัฐบาลควรตอบควบคู่กับยอดโอน คือ..มีคำร้องรอตรวจสอบเท่าใด? ติดเงื่อนไขอะไร? และผู้ที่ข้อมูลไม่ครบหรือโอนไม่สำเร็จจะได้รับการแก้ไขเมื่อใด?
การเปิดเผยสถานะเหล่านี้ ช่วยให้ประชาชนวางแผนชีวิต และทำให้สังคมแยกได้ระหว่างปัญหาที่กำลังแก้ไขกับความบกพร่องที่ต้องเร่งรับผิดชอบ
สำหรับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะ…นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โจทย์นี้…เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประสานหน่วยงานส่วนกลาง จังหวัด และท้องถิ่น ความสามารถในการทำให้แต่ละขั้นตอนเชื่อมต่อกัน จึงเป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางการเมืองที่ประชาชนสัมผัสได้
งบรัฐเลือกเพื่อใคร :
อีกด้านหนึ่ง วันที่ 23 ตุลาคม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แสดงความเห็น สนับสนุนแนวทางนำรายได้ภาษีที่จัดสรรตรงให้บางหน่วยงานกลับเข้าสู่กระบวนการงบประมาณรายจ่ายประจำปี ประเด็นนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา มิใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ในเชิงการเมือง นี่คือ…คำถามเรื่องอำนาจจัดสรรทรัพยากร รัฐบาลจะใช้หลักเกณฑ์ใดกำหนดว่าภารกิจใดควรได้รับเงินก่อน และจะรักษาความต่อเนื่องของบริการสาธารณะอย่างไร หากเปลี่ยนวิธีจัดสรรเงิน
การนำเงินกลับคลัง ไม่ได้รับประกัน ว่า…งบดูแลประชาชนไทยจะเพิ่มขึ้น และยังสรุปไม่ได้ว่า…จะทำให้สวัสดิการลดลง
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับรายละเอียดกฎหมาย การจัดงบ และระบบตรวจสอบที่ตามมา รัฐบาลจึงต้องอธิบายให้เห็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ดร.เอกนิติ ประเมินว่า…ฐานะการคลังดีกว่าประมาณการและเตรียมทบทวนแผนระยะปานกลาง
ข้อมูลดังกล่าว เปิดพื้นที่ให้ถามต่อไปว่า…รัฐบาลจะจัดลำดับความจำเป็นด้านใด? โดยต้องพิจารณาทั้งภาระผูกพัน รายได้ และความยั่งยืนทางการคลังร่วมกัน
ความเชื่อมั่นต้องสร้าง :
ถึงตรงนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…รัฐบาลควรใช้ผลโพลเป็นสัญญาณตรวจสอบระบบบริการ เริ่มจากเปิดเผยข้อมูลผู้ได้รับสิทธิ ผู้รอพิจารณา และผู้ที่ยังเข้าไม่ถึง พร้อมกำหนดระยะเวลาแก้ไขที่ติดตามได้
จากนั้น ควรลดขั้นตอนซ้ำซ้อน เชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเหมาะสม และคงช่องทางให้ผู้ที่ไม่สะดวกใช้ระบบดิจิทัลเข้าถึงความช่วยเหลือได้ โดยมีเจ้าภาพรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
ด้านงบประมาณ ควรอธิบายเหตุผลของการ…เลือกใช้งบแต่ละด้าน พร้อมประเมินผลว่า…ความช่วยเหลือลดภาระและเพิ่มความมั่นคงให้ประชาชนได้เพียงใด มาตรการระยะสั้นอาจจำเป็นในภาวะเร่งด่วน ส่วนหลักประกันระยะยาวต้องอาศัยความต่อเนื่องและแหล่งเงินที่รองรับได้
ความเข้มแข็งของรัฐบาล! จึงต้อง “พิสูจน์” ผ่าน…ความสามารถในการรับฟัง ตรวจสอบ และแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย
ผลโพลครั้งนี้ ยังไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย! แต่เป็นโอกาสให้ นายกฯอนุทิน ได้แสดงให้สังคมไทยได้เห็นว่า…รัฐบาลพร้อมปรับการทำงานจากเสียงสะท้อนที่ได้รับ
จุดวัดใจ! จึงอยู่ที่ว่า…รัฐบาลจะทำให้ผู้เดือดร้อนเข้าถึงความช่วยเหลือได้ทันเวลา เป็นธรรม และมั่นใจในสิทธิของตนได้มากขึ้นเพียงใด นั่นเอง!!!.

