• ศุกร์ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 11:58 น.

ซักฟอกอำนาจรัฐ!

BREAKING NEWS POLITICAL

(ปม สส.ไอเดียร์–เว็บพนัน จับตา DSI ศึกไม่ไว้วางใจไร้ข้อยุติ กับบทพิสูจน์ความยุติธรรม)

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “รัฐบาลภูมิใจไทย” ยังไม่ทันเริ่ม แต่ 2 ครั้งที่ดีลจัดสรรเวลากลับสะดุด! ขณะที่ปม “เชื่อมโยง” ธุรกิจเว็บพนันกับคนใกล้ชิด สส.รัฐบาล ทำให้สังคมไทย “จับตา” การทำหน้าที่ของ DSI และมาตรฐานการตรวจสอบอำนาจรัฐ คำถามตัวโต? คือ…คนไทยจะได้รับข้อเท็จจริงและความยุติธรรมอย่างเสมอภาคหรือไม่?

ศึกซักฟอก: ติดหล่มก่อนเปิดฉาก

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กลายเป็นประเด็น “ขัดแย้ง” ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ห้องประชุมสภา เมื่อการหารือของ “วิป 3 ฝ่าย” เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องกรอบเวลาอภิปรายได้ และตัวแทนฝ่ายค้านเดินออกจากที่ประชุม ส่งผลให้การเจรจาสะดุดเป็นครั้งที่ 2

ฝ่ายรัฐบาลเสนอให้ใช้เวลาอภิปราย 4 วัน ระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม และลงมติวันที่ 30 ตุลาคม โดยระบุกรอบเวลารวม 63 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปรายเต็ม 5 วัน เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี 18 คน พร้อมเสนอให้ “เลื่อน” การอภิปรายออกไป หากไม่สามารถตกลงเรื่องเวลาได้

ข้อขัดแย้งนี้ มีเหตุผลที่แต่ละฝ่ายต้องอธิบายต่อสาธารณะ รัฐบาล อ้าง…ข้อจำกัดด้านภารกิจของคณะรัฐมนตรี ส่วน ฝ่ายค้าน ยืนยัน…ความจำเป็นในการมีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบ

แต่ไม่ว่า…ฝ่ายใด? จะมีเหตุผลอย่างไร? จำนวนวัน…ไม่ควรกลายเป็นอุปสรรคต่อสาระสำคัญของการตรวจสอบรัฐบาล และ เวลาอภิปรายที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องนำไปสู่การ “เปิดเผย” ข้อเท็จจริง! มิใช่เพียงการยืดเวลาปะทะทางการเมือง

สภา: เวทีตรวจสอบต้องเดินหน้า

เมื่อการเจรจาไม่บรรลุผล ประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงยังไม่มี “วันเริ่มต้น” ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกัน ขณะที่การประชุมสภาในวันที่ 28–29 ตุลาคม ถูกกำหนดให้พิจารณาวาระกฎหมายตามปกติ แทนการบรรจุญัตติซักฟอก

สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนความจำเป็นที่…รัฐบาล ฝ่ายค้าน และประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องร่วมกันหากติกาที่เป็นธรรมและปฏิบัติได้จริง เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญสำหรับตรวจสอบการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร มิใช่สิทธิพิเศษที่ฝ่ายหนึ่งมอบให้อีกฝ่าย

รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจง ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ และ ประธานสภามีหน้าที่รักษาความเป็นธรรมของกระบวนการ

ทั้ง 3 บทบาท…จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ประชาชนไทยได้รับคำตอบ

หุ้นเว็บพนัน: จุดเริ่มคำถามใหญ่

ท่ามกลางความขัดแย้ง! เรื่อง…ศึกซักฟอก ยังอีกประเด็นที่…สังคมไทยให้ความสนใจ นั่นคือ…กรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กับข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนของนายไท่หยาง ซาง ผู้เป็นสามี ในบริษัทต่างประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle.com

สส.สุชาดา ชี้แจงว่า…สามีเคยถือหุ้นสัดส่วน 1.47% ในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกิจการที่ดำเนินเว็บไซต์ดังกล่าว แต่ได้ขายหุ้นออกไปตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 ก่อนที่เธอจะเข้ารับตำแหน่ง สส. และยืนยันความพร้อมให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบ โดยทั้งคู่เดินทางเข้าพบกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา

ข้อเท็จจริง! ที่ต้อง แยกให้ชัด ก็คือ…การเคยถือหุ้นในบริษัทที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพนัน ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้ถือหุ้นหรือคู่สมรสกระทำความผิดทางอาญา ดังนั้น การพิจารณาความรับผิด! จะต้องตรวจสอบบทบาท สิทธิในการบริหาร เส้นทางการเงิน ลักษณะธุรกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงเรื่องการขายหุ้น ย่อมนำไปสู่คำถามที่ตรวจสอบได้ ทั้ง…วันที่โอนหุ้น ผู้รับโอน มูลค่าการซื้อขาย และหลักฐานทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อ การถือหุ้นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช.

คำตอบที่มีน้ำหนัก! จึงไม่ใช่เพียงคำยืนยันของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องมาจาก…เอกสารและข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

DSI: ความเป็นกลางต้องพิสูจน์ด้วยงาน

กรณีนี้ ทำให้…กรมสอบสวนคดีพิเศษถูกจับตาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้? เพราะ…หน่วยงานมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง! ที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกรรมข้ามประเทศและความผิดซับซ้อน ขณะที่ บุคคลซึ่งถูกกล่าวถึงมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวกับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล

ประเด็นจึงไม่ใช่ การตั้งสมมติฐาน ที่ว่า…DSI จะช่วยเหลือหรือดำเนินการกับบุคคลใดเป็นพิเศษ? แต่คือ…หน่วยงานจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามพยานหลักฐาน โดยไม่ถูกกำหนดทิศทางจากแรงกดดันทางการเมือง

การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ควรอธิบายได้ว่า…หน่วยงานกำลังพิจารณาข้อเท็จจริงใด? มีอำนาจตามกฎหมายแค่ไหน? ต้องประสานข้อมูลกับหน่วยงานใด? และมีความคืบหน้าในระดับที่เปิดเผยได้อย่างไร? โดยไม่กระทบสิทธิของผู้เกี่ยวข้องหรือความสมบูรณ์ของการสืบสวน

สำหรับ DSI ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ จึงต้องสะท้อนผ่าน…หลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจ และการตรวจสอบถ่วงดุล มิใช่อาศัยเพียงคำประกาศว่าหน่วยงานทำงานอย่างตรงไปตรงมา

ทุนสีเทา: ตรวจให้ถึงโครงสร้างเงิน

ความซับซ้อนของธุรกิจดิจิทัลและธุรกรรมข้ามประเทศ ทำให้การ…ตรวจสอบทุน ที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย ไม่อาจหยุดอยู่เพียงแค่ชื่อของผู้ถือหุ้น!!??

หากจะตรวจสอบกรณี “เว็บไซต์พนันออนไลน์” ให้เกิดความกระจ่าง จำเป็นต้อง…พิจารณาโครงสร้างบริษัท ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง อำนาจควบคุมกิจการ ที่มาของเงินลงทุน และการโอนผลประโยชน์ระหว่างนิติบุคคลในแต่ละประเทศ

การตรวจสอบดังกล่าว ต้องอาศัยความร่วมมือ ระหว่าง…หน่วยงานด้านการสืบสวน การเงิน และการกำกับดูแล รวมถึงข้อมูลจากต่างประเทศตามช่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การใช้คำว่า “ทุนสีเทา” ต้องระมัดระวัง! โดยไม่ควรนำไปใช้ “ตัดสิน” บุคคลหรือกิจการใด? ก่อนมี…ข้อเท็จจริงรองรับ! นั่นเพราะ…การตรวจสอบที่เข้มแข็งต้องคุ้มครองทั้งประโยชน์สาธารณะและสิทธิของผู้ถูกตรวจสอบไปพร้อมกัน

ฮั้ว สว.: ปมค้างความเชื่อมั่น

นอกจากกรณี เว็บพนันออนไลน์ แล้ว ประเด็นการตรวจสอบข้อกล่าวหา เกี่ยวกับ…การเลือกสมาชิกวุฒิสภาหรือ “คดีฮั้ว สว.” ยังเป็นอีกเรื่องที่สังคมไทยให้ความสนใจและเฝ้าติดตาม เพราะมันไปเกี่ยวข้องกับ ความชอบธรรมของกระบวนการได้มาซึ่งผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ

แม้ทั้ง 2 กรณีจะมี…ข้อเท็จจริง ฐานกฎหมาย และกระบวนการตรวจสอบแตกต่างกัน แต่มีคำถามร่วมกันว่า…หน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเครือข่ายทางการเมืองได้อย่างเป็นกลางเพียงใด?

การมีความสัมพันธ์ทางการเมือง ไม่ใช่หลักฐานที่ว่า…จะเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และ ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. ก็ยังต้องพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถสื่อสารความคืบหน้าและเหตุผลในการดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ช่องว่างของข้อมูลอาจกลายเป็นพื้นที่ให้เกิดข้อสงสัยต่อมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย

องค์กรอิสระ: ใครตรวจสอบผู้ตรวจสอบ

ความเชื่อมั่นต่อระบบการเมือง! ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ…รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพียง 2 ฝ่าย แต่ยัง เชื่อมโยง กับ…องค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ทั้ง ป.ป.ช. กกต. และองค์กรตรวจสอบอื่น ต่างมีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแตกต่างกัน  

สิ่งที่ สังคมไทย ควรพิจารณา…ไม่ใช่เพียง ที่มาของผู้ดำรงตำแหน่ง แต่รวมถึง กระบวนการตัดสินใจ ความโปร่งใสในการใช้ดุลพินิจ การเปิดเผยเหตุผล และช่องทางตรวจสอบการทำหน้าที่ของแต่ละองค์กร

ความเป็น “อิสระ” ไม่ได้หมายถึง…การปราศจากการตรวจสอบ ตรงกันข้าม! ยิ่งองค์กรใดมีอำนาจวินิจฉัยเรื่องที่กระทบสิทธิประชาชนหรืออนาคตทางการเมืองมากเท่าใด? ก็ยิ่งต้องมีระบบสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

อำนาจรัฐ: ต้องมีระบบถ่วงดุล

เมื่อ รัฐบาลเป็น…ผู้บริหารประเทศ วุฒิสภามีบทบาทตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรตรวจสอบต่าง ๆ มีอำนาจวินิจฉัยหรือดำเนินคดี

ความสัมพันธ์ระหว่าง…สถาบันเหล่านี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิตั้งคำถาม!!??

แต่การกล่าวว่า…มีการ “รวมศูนย์อำนาจ” หรือ “แทรกแซง” องค์กรใด. จำเป็นต้องมี…หลักฐานเฉพาะเจาะจง โดยไม่อาจสรุปจาก…ความใกล้ชิดทางการเมือง หรือ ความเห็นที่สอดคล้องกัน เพียงอย่างเดียว

คำถามที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ…ระบบถ่วงดุลที่มีอยู่สามารถทำงานได้จริงหรือไม่? เมื่อเกิดข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือกลุ่มการเมืองใด ก็ตาม

หากกลไกตรวจ สอบสามารถดำเนินการอย่างเปิดเผย มีเหตุผล และใช้มาตรฐานเดียวกัน ความเชื่อมั่นย่อมมีโอกาสเพิ่มขึ้น แต่หากเกิดความล่าช้าหรือความแตกต่างในการปฏิบัติที่อธิบายไม่ได้ หน่วยงานก็จำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมเข้าใจ

ความยุติธรรม: มาตรฐานเดียวกันทุกฝ่าย

กรณี สส.ไอเดียร์ และ ข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกิจเว็บพนัน เป็น “บททดสอบหนึ่ง” ของ…หลักความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย

หากหลักฐานไม่เพียงพอจะกล่าวหาบุคคลใด? หน่วยงานจะต้องกล้ายืนยันข้อเท็จจริงนั้นอย่างชัดเจน! แต่หาก…พบพยานหลักฐานที่นำไปสู่ความรับผิดตามกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

หลักการเดียวกันนี้ ควรใช้กับทุกคดี! ไม่ว่า..ผู้เกี่ยวข้องจะเป็นนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ นักธุรกิจ หรือประชาชนทั่วไป

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ถูกตั้งข้อสงสัยต้องได้รับสิทธิชี้แจงและได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมาย

ความยุติธรรมที่ประชาชนเชื่อถือได้? จึงต้องมีทั้ง…ความจริง ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย

ซักฟอกอำนาจรัฐ: วัดกันที่คำตอบ

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังตกลงวันไม่ได้ สะท้อนปัญหา…การประสานงานทางการเมือง แต่ไม่ควรทำให้การตรวจสอบฝ่ายบริหารหยุดชะงัก!

ดังนั้น รัฐบาลจะต้อง “เปิดพื้นที่” ให้การตรวจสอบเกิดขึ้นอย่างมีสาระ

ฝ่ายค้านต้องนำเสนอข้อมูลและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้

ส่วน ประธานสภาต้องทำหน้าที่รักษากติกาอย่างเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน ปม สส.ไอเดียร์–เว็บพนัน และข้อสงสัยต่อการทำงานของ DSI ก็ต้องเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมาย โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นวันใด?

เพราะ..การอภิปรายในสภาเป็นกระบวนการตรวจสอบทางการเมือง ส่วน การสืบสวนสอบสวนเป็นกระบวนการตามกฎหมาย ทั้ง 2 เรื่อง…อาจเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของผู้ใช้อำนาจรัฐ แต่ไม่อาจใช้ผลของกระบวนการหนึ่งแทนข้อพิสูจน์ของอีกกระบวนการได้

ท้ายที่สุด! สิ่งที่ประชาชนไทยต้องการ อาจไม่ใช่เพียงการเห็นรัฐบาลผ่านหรือไม่ผ่านการลงมติไว้วางใจ หากเป็นการได้รับคำตอบที่ชัดเจนต่อข้อสงสัยสำคัญของประเทศ

นั่นเพราะ…การซักฟอกอำนาจรัฐที่มีความหมาย ไม่ใช่การเอาชนะกันด้วยจำนวนเสียง แต่คือ…การทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และทำให้ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้มาตรฐานความยุติธรรมเดียวกัน!!!.