(ถอดบทเรียน ‘ฝรั่งเศส–ยุโรป’ ถึงรัฐบาลอนุทิน เมื่ออำนาจทางการเมืองต้องพิสูจน์ด้วยชีวิตประชาชน)
คำยืนยันปลัดคลัง “ไทยไม่ซ้ำรอยฝรั่งเศส” เปิดคำถามใหญ่ กำแพงการคลัง! ป้องกันความเปราะบางของคนไทยได้แค่ไหน? ถอดบทเรียนยุโรป เมื่อ “ค่าครองชีพ–บริการรัฐ–การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เชื่อมความเดือดร้อน สู่แรงกดดันทางการเมือง แนะ “รัฐบาลอนุทิน” ใช้อำนาจแก้ปากท้อง เปิดรับการตรวจสอบ และวัดผลงานจากชีวิตที่ดีขึ้นจริง
คำให้สัมภาษณ์ของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่…ยืนยันความมั่นคงทางการคลังของไทย ท่ามกลางคำถามเรื่องการประท้วงในฝรั่งเศส! สิ่งนี้…มีความสำคัญต่อการรักษาความเชื่อมั่น
แต่ขณะเดียวกัน ก็เปิดประเด็นให้รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่จะต้องตอบต่อให้ได้ว่า…ความมั่นคงของฐานะการคลัง เชื่อมถึงความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างไร???
นายลวรณ อธิบายว่า…ไทยมีบริบทแตกต่างจากฝรั่งเศส ยังมีกันชนทางการคลัง และให้ความสำคัญกับวินัยการเงินการคลัง โดยรัฐบาลรักษาการใช้จ่ายด้านสวัสดิการ มุ่งลดการรั่วไหลและรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ส่วนการกู้เงินต้องพิจารณาว่านำไปสร้างประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด?
เหตุผลดังกล่าว…ตอบโจทย์ความสามารถของรัฐในการบริหารเงิน แต่สำหรับ ประชาชนไทย แล้ว คำถาม…อาจเรียบง่ายกว่านั้น นั่นคือ…
แล้วรายได้ที่มี มันจะเพียงพอกับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้หรือไม่?
ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดีเพียงใด?
และ เมื่อเดือดร้อน รัฐเข้ามาช่วยได้ทันเวลาหรือเปล่า?
ช่องว่างระหว่างคำถามข้างต้น คือ…ประเด็นทางการเมืองที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม!!!
ยุโรปเตือน! ปากท้องเชื่อมความเชื่อมั่น :
รายงานสถานการณ์ฝรั่งเศส ระบุว่า…การเคลื่อนไหวเริ่มจากความไม่พอใจเรื่องครูขาดแคลนและสภาพโรงเรียน ก่อนขยายสู่ข้อเรียกร้องด้านค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ และการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่ หลายประเทศยุโรปเผชิญการประท้วง ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขภายในแตกต่างกัน
ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า…ความไม่พอใจด้านเศรษฐกิจซ้อนทับกับข้อจำกัดการคลังและความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล อีกทั้งอาจเปิดพื้นที่ให้การเมืองขั้วสุดโต่งขยายฐานสนับสนุนได้มากขึ้น
บทเรียนที่ควรนำมาพิจารณา จึงอยู่ที่…กระบวนการสะสมความไม่พอใจ เมื่อข้อเรียกร้องในชีวิตประจำวันไม่ได้รับคำตอบ ประชาชนอาจเริ่มตั้งคำถามถึงการจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล และท้ายที่สุดถึงความชอบธรรมในการใช้อำนาจ
แต่ต้อง…แยกสิทธิการชุมนุมโดยสงบ ออกจากการก่อความรุนแรง การรับฟังข้อเรียกร้องกับการรักษากฎหมาย เป็นหน้าที่ที่รัฐต้องทำควบคู่กัน
นโยบายการเมือง! ใครรับต้นทุน :
ปัญหาเศรษฐกิจ! ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลเพียงปัจจัยเดียว? ปัญหาราคาพลังงาน ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก ล้วนเป็น…แรงกระแทกที่ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเลือกว่าจะรับมืออย่างไร? และให้ใครแบกรับต้นทุนมากน้อยเพียงใด?
การจัดสรรงบประมาณ การกำหนดภาษี การดูแลราคาพลังงาน ตลอดจน มาตรการช่วยลูกหนี้ จึงเป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่ส่งผลถึงรายได้ โอกาส และความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจโดยตรง
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” นั้น จุดที่ควรตรวจสอบ ก็คือ…เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายหนึ่ง ประโยชน์จะตกถึงประชาชนกลุ่มใด? ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงหรือไม่? และภาระระยะยาวถูกส่งต่อไปให้ใคร?
การประกาศวงเงินหรือจำนวนผู้เข้าร่วมจึงควรตามด้วยผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้!!!
ความเห็นของ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมองว่า…บทเรียนยุโรปครอบคลุมทั้งค่าครองชีพ รายได้ ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพบริการสาธารณะ
สิ่งนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า…โจทย์นี้ต้องอาศัยมาตรการหลายด้านทำงานร่วมกัน!!??
อำนาจมาก! ต้องรับผิดชอบมาก:
สำหรับ นายกฯอนุทิน คำถามสำคัญที่เขาจะต้องตอบให้ได้ ก็คือ…จะใช้อำนาจบริหารเปลี่ยนนโยบายให้เป็นผลต่อชีวิตประชาชนได้อย่างไร?
พร้อมไหม…ที่จะเปิดโอกาสให้สังคมไทย ได้ตรวจสอบความผิดพลาดระหว่างทาง?
ข้อกังวลเรื่องการ “รวมศูนย์อำนาจ” ควรได้รับคำตอบด้วยความโปร่งใส ทั้ง…การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบประมาณ และการรักษาความเป็นอิสระของกลไกตรวจสอบ
โดยแต่ละกรณีต้องพิจารณาจาก…หลักฐานและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องไม่เหมารวมว่า…ทุกองค์กรอยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกัน
แต่ หลักการ ที่รัฐบาล ควรยอมรับคือ…การมีเสียงสนับสนุนทางการเมืองไม่ได้ทำให้นโยบายทุกเรื่องถูกต้อง และเสียงทักท้วงอาจช่วยให้รัฐเห็นความเสียหายก่อนลุกลาม
หากประชาชนไทย สามารถร้องเรียนได้ แต่ข้อร้องเรียน…ไม่อาจเปลี่ยนการตัดสินใจ ช่องทางรับฟัง ก็อาจเป็นได้แค่…พิธีกรรมทางการเมือง
แน่นอนว่า…ความสามารถแก้ไขนโยบาย จึงเป็นเพียง…ส่วนหนึ่งของเสถียรภาพที่ยั่งยืน!
การคลังแข็ง! ประชาชนต้องยืนได้:
สำหรับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง แล้ว ความท้าทายจากสถานการณ์ในยุโรปต่อประเทศไทย นั่นก็คือ…การทำให้วินัยการคลังกับการดูแลประชาชนไทยสนับสนุนกันได้
รัฐต้องรักษาความสามารถชำระหนี้และพื้นที่รับมือวิกฤต ขณะเดียวกันก็ต้องประเมินว่า…การลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้แต่ละมาตรการ กระทบครัวเรือนและธุรกิจอย่างไร? รวมถึง ตรวจว่า…รายจ่ายที่คงไว้สร้างบริการที่มีคุณภาพจริงเพียงใด?
การรักษางบสวัสดิการไว้เท่าเดิมอาจยังไม่ตอบเรื่องความเพียงพอ หากต้นทุนบริการหรือความต้องการของประชาชนเปลี่ยนไป จึงต้องวัดทั้งจำนวนเงิน คุณภาพ และการเข้าถึง!!!
ใน…มิติระหว่างประเทศ! “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เห็นว่า…รัฐบาลควรเตรียมรับความผันผวนจากยุโรป พร้อมสร้างความเชื่อมั่นผ่านกติกาที่ชัดเจนและนโยบายที่อธิบายได้ ความต่อเนื่องในการบริหารจะมีคุณค่ามากขึ้น เมื่อมาพร้อมความสามารถปรับตัวและรับฟังข้อมูลใหม่
ข้อเสนอถึงรัฐบาล! เปลี่ยนอำนาจเป็นผลงาน:
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เสนอให้ “รัฐบาลอนุทิน” ใช้เหตุการณ์ยุโรป เป็น…“กรณีศึกษา” ทบทวนการบริหารในสี่ด้าน
หนึ่ง เปิดผลลัพธ์นโยบายปากท้องเป็นรายไตรมาส รายงานว่า…รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็น ภาระหนี้ และการเข้าถึงบริการรัฐของกลุ่มเป้าหมายดีขึ้นเพียงใด? พร้อมเปิดเผยข้อจำกัดและกลุ่มที่มาตรการยังเข้าไม่ถึง!!!
สอง ประเมินผู้ได้ประโยชน์และผู้รับภาระก่อนออกนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะ ภาษี พลังงาน และสวัสดิการ พร้อมรับฟังผู้ได้รับผลกระทบและกำหนดมาตรการรองรับล่วงหน้า
สาม เปิดช่องให้การตรวจสอบนำไปสู่การแก้ไขจริง เปิดเผยหลักเกณฑ์…แต่งตั้งโยกย้ายและข้อมูลการใช้งบประมาณ ให้ความร่วมมือกับรัฐสภาและองค์กรตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ พร้อมกำหนดเวลาตอบข้อร้องเรียนอย่างชัดเจน
สี่ ให้ ครม.รับผิดชอบต่อผลร่วมกัน เชื่อม…การแก้หนี้ การสร้างรายได้ การศึกษา และบริการสาธารณะ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและปรับมาตรการเมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ประเทศไทยมีบริบทต่างจากฝรั่งเศสและประเทศอื่นในยุโรป จึงไม่อาจสรุปว่า…จะเดินไปสู่สถานการณ์เดียวกัน แต่ความแตกต่างนั้นควรเป็นโอกาสให้รัฐบาลเตรียมตัวและแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
คำตอบของ “อำนาจแน่น! แก้ปากท้องได้จริง?” จะต้องปรากฏใน…รายได้ที่พอใช้ ภาระที่ลดลง บริการรัฐที่ดีขึ้น และเสียงประชาชนที่มีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล!!!.

