• พฤหัสบดี 15 ตุลาคม 2569 เวลา 08:22 น.

‘อนุทิน’ มอบสินไหมภัยพิบัติรายแรก 2 ล้าน

BREAKING NEWS POLITICAL

นายกฯ มอบสินไหมประกันภัยพิบัติแห่งชาติกรณีเสียชีวิตรายแรก 2 ล้านบาท แก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากน้ำป่าเชียงใหม่ สั่ง คปภ. ผนึก ปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และภาคธุรกิจประกันภัย เร่งดูแลเยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมเปิดช่องทางแจ้งความเสียหาย–ตรวจสอบสิทธิ ให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองอย่างทั่วถึง

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบเงินค่าสินไหมทดแทนตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จำนวน 2 ล้านบาท แก่ทายาทของนางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569

พิธีดังกล่าวมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ดร.พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย เข้าร่วม พร้อมเชื่อมต่อระบบประชุมทางไกลไปยังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และทายาทผู้เสียชีวิตเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ได้โอนเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ จำนวน 2 ล้านบาท ให้แก่ทายาทเรียบร้อยแล้ว นับเป็นการจ่ายสินไหมกรณีเสียชีวิตรายแรกภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

นายอนุทิน กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต พร้อมส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูนที่ได้รับผลกระทบ โดยระบุว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสูญเสียและความเดือดร้อนของประชาชน จึงให้ความสำคัญกับการนำระบบประกันภัยมาเป็นกลไกรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือตามสิทธิอย่างเหมาะสม

แม้เงินสินไหม 2 ล้านบาทจะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นหลักประกันให้ครอบครัวดำเนินชีวิตต่อไปได้ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือดูแลผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการเยียวยาตามสิทธิและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่โดยเร็ว

นายนิรัตน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม เกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก กระทบพื้นที่การเกษตรและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นางเกศริน โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สำนักงาน คปภ. ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เพื่อติดตามความเสียหาย ชี้แจงสิทธิประโยชน์ตามโครงการ และอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิและยื่นคำขอรับสินไหม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ประสานการดำเนินงานในพื้นที่

นายชูฉัตร กล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งความคุ้มครองเป็น 2 ส่วน คือ กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม ครอบคลุมบ้านเรือนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น

กรณีอุทกภัยมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหวมีค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท พร้อมความคุ้มครองเพิ่มเติมตามความเสียหายและเงื่อนไขกรมธรรม์ ขณะที่กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ 2 ล้านบาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 200,000 บาทต่อคน

สำหรับกรณี นางเกศริน สำนักงาน คปภ. ได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทผู้รับประกันภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ตรวจสอบสิทธิและเอกสารหลักฐาน จนสามารถโอนเงินให้ทายาทได้ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 สะท้อนความพร้อมของกลไกคุ้มครองและเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านระบบประกันภัยเมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง

ด้าน ดร.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ร่วมกับสำนักงาน คปภ. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ บริหารจัดการกระบวนการรับแจ้งเหตุและพิจารณาสินไหม จนสามารถจ่ายสินไหมกรณีแรกได้สำเร็จ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองและการเยียวยาตามสิทธิอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

ภายหลังพิธี ทายาทผู้เสียชีวิตกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ประสานความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยเงินสินไหมมีส่วนสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของครอบครัวภายหลังการสูญเสีย

สำนักงาน คปภ. จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างทั่วถึง ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายและยื่นคำขอรับสินไหมผ่านเว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org LINE Official Account @ThaiNATCAT ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิความคุ้มครองด้านประกันภัย ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186.