• อาทิตย์ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 12:07 น.

สสสย.จี้รัฐ! ทบทวนแก้ กม.4 ฉบับ

BREAKING NEWS POLITICAL

(ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “อนุทิน” ตั้ง 5 คำถามปมยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีเหล้า–บุหรี่ ห่วงเพิ่มภาระงบประมาณรัฐ)

เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน เรียกร้องนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยทบทวน–ยับยั้งการเสนอแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ตั้งคำถามความเร่งรีบช่วงน้ำท่วม ใครได้ประโยชน์ และจะชดเชยเงินบำรุงปีละประมาณ 14,000 ล้านบาทอย่างไร พร้อมห่วงงบ สสส. “ตามความจำเป็น” กระทบงานสร้างเสริมสุขภาพ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เครือข่ายสื่อมวลชนขับเคลื่อนสุขภาวะเพื่อสังคมไทยยั่งยืน (สสสย.) ซึ่งรวมตัวกันในฐานะ องค์กรภาคประชาชน ประกอบด้วย คอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ นักหนังสือพิมพ์ และสำนักข่าวออนไลน์ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอให้ทบทวนการเสนอแก้ไขกฎหมายที่ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ โดยมี นายศักดา แซ่เอียว ประธาน สสสย. เป็นผู้ลงนาม

เปลี่ยนแหล่งเงิน 4 องค์กร :

จดหมายระบุว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ เสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สมทบอีกฉบับหนึ่ง

ร่างแก้ไขดังกล่าวมีหลักการเดียวกัน คือ ยกเลิกเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบตามกฎหมายของทั้ง 4 องค์กร แล้วให้รับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยอ้างหลักการรักษาวินัยการเงินการคลังตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งห้ามเสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะของหน่วยงานรัฐ เว้นแต่การจัดเก็บเพิ่มเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ศักดา แซ่เอียว (การ์ตูนนิสต์ : เซีย ไทยรัฐ) ประธาน สสสย.

สสสย.จึงเสนอคำถามและจุดยืนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวม 5 ประเด็น ดังนี้

1. เร่งแก้กฎหมายเพื่อใคร? :

สสสย.ตั้งคำถาม ว่า…ท่ามกลางปัญหาการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะน้ำท่วมหนักในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีเหตุผลและความจำเป็นใดที่ต้องเร่งเสนอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในเวลานี้ รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลควรเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนก่อนหรือไม่?

เครือข่ายฯ ยังตั้งคำถามด้วยว่า…การแก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังเพียงอย่างเดียว หรือทำให้ธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์ได้รับประโยชน์ด้วย?

2. ควรให้ศาลวินิจฉัยก่อนหรือไม่? :

หาก พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า…กฎหมายทั้ง 4 ฉบับขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ สสสย.เสนอคำถามว่า…ควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนเป็นข้อยุติก่อนเสนอร่างแก้ไขกฎหมายหรือไม่? โดยระบุว่า…ประเด็นนี้ยังไม่มีคำอธิบายจากผู้เสนอร่างแก้ไข

3. โยนภาระให้งบแผ่นดินหรือไม่? :

จดหมายระบุว่า…รัฐบาลเผชิญปัญหาขาดแคลนงบประมาณ จัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่อง และเสนอออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท การให้ทั้ง 4 หน่วยงานเปลี่ยนมาใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจึงอาจเพิ่มภาระของประเทศ

สสสย.ระบุว่า…เงินภาษีที่จัดเก็บเพิ่มเติมเป็นเงินบำรุงและค่าธรรมเนียมของทั้ง 4 หน่วยงาน ปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจยาสูบและแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม

พร้อมตั้งคำถามว่า…การเปลี่ยนให้รัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดินที่มีจำกัดมารับภาระแทน เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่?

4. เงินหายไปจะชดเชยอย่างไร? :

สสสย.เรียกร้องคำอธิบายว่า…จะจัดการอย่างไรกับเงินภาษีและค่าธรรมเนียมปีละประมาณ 14,000 ล้านบาทที่หายไป โดยอ้างข้อมูลปี 2567 ว่า…กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบเป็นรายได้แผ่นดินรวมประมาณ 110,000–120,000 ล้านบาทอยู่แล้ว

การยกเลิกเงินที่จัดเก็บเพิ่มเติมให้ทั้ง 4 หน่วยงาน แล้วให้รับงบประมาณแผ่นดินแทน โดยไม่มีแนวทางจัดเก็บภาษีจากธุรกิจแอลกอฮอล์เพิ่มเติมเพื่อชดเชย ย่อมทำให้เกิดคำถามถึงผู้ได้รับประโยชน์ รวมถึงผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐและกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งอาจได้รับงบประมาณลดลง หากรัฐไม่มีการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจบุหรี่และแอลกอฮอล์เพิ่มเติม

5. งบ “ตามความจำเป็น” ไม่แน่นอน! :

สำหรับ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ นี้ สสสย.ตั้งข้อสังเกตว่า…อาจมีความไม่ไว้วางใจต่อการดำเนินงานที่ผ่านมาแฝงอยู่ โดยยกประเด็นรับฟังความคิดเห็น ข้อ 1.1 ซึ่งเสนอเปลี่ยนข้อความจาก “เงินอุดหนุนจากรัฐบาล” เป็น “เงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามความจำเป็น”

เครือข่ายฯ ยังได้ตั้งคำถามอีกว่า…ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนความต้องการลดบทบาทของ สสส.หรือไม่? เพราะ…ไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับงบประมาณแต่ละปีเท่าใด? และเพียงพอหรือไม่? รวมถึง ภาคีที่ทำงานร่วมกับ สสส.จะได้รับผลกระทบเพียงใด?

ซึ่งท้ายที่สุด! จะกระทบการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ!!!

ขอทบทวน – เปิดเวทีประชาชน :

จากคำถามและความไม่ชัดเจนด้านหลักการ เหตุผล และเจตนารมณ์ของร่างแก้ไขกฎหมาย ข้างต้น ดังนั้น สสสย. จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้พิจารณาทบทวนและยับยั้งการดำเนินการตามกระบวนการเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ

หากพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ในอนาคต เครือข่ายฯ ขอให้เปิดเวทีการมีส่วนร่วมตามหลักประชาธิปไตยอย่างกว้างขวาง มากกว่าการรับฟังความคิดเห็นผ่านออนไลน์ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา พร้อมย้ำให้ พรรคการเมืองได้มองเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน ก่อนตัดสินใจเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายในสังคมไทย!!!.