• เสาร์ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 10:35 น.

ปลดคน…แก้ระบบได้ไหม?

BREAKING NEWS POLITICAL

(ปมเขี่ยทิ้ง! ‘ชัชชาติ’ กลางสมรภูมิน้ำท่วม เปิดคำถามความรับผิด ‘รัฐบาล – กทม.’ ใครบัญชาการ? ใครต้องตอบ?)

จากน้ำท่วมสู่กระแสปลดผู้ว่าฯ และศึกแย่งเครดิต “ท่อซิ่ง” วิกฤตครั้งนี้กำลังทดสอบทั้งรัฐบาลและ กทม. เมื่อความเสียหายต้องมีผู้รับผิดชอบ แต่การเปลี่ยนตัวคนจะช่วยประชาชนได้เพียงใด หากระบบเตือนภัย–สั่งการ–ช่วยเหลือยังติดขัดเหมือนเดิม

น้ำยังท่วม เกมเริ่มแล้ว :

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ไม่ได้สร้างเพียงความเสียหายต่อบ้านเรือน การเดินทาง และการประกอบอาชีพ แต่ยัง “เปิดแนวรบ” ทางการเมือง ตั้งแต่…การตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพ ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ไปจนถึง ข้อเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและมรว.มหาดไทย ใช้อำนาจปลดผู้ว่าฯชัชชาติ ออกจากตำแหน่ง

หนึ่งในผู้เรียกร้องอย่างชัดเจนคือ นายสมภพ พอดี ซึ่งเผยแพร่จดหมายเปิดผนึก โดยอ้างข้อมูลการเดินเครื่องสถานีสูบน้ำช่วงวันที่ 28–29 กันยายน 2569 มาตั้งคำถามต่อการบริหารของ กทม. พร้อมเสนอให้ดำเนินการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังต้องตรวจสอบ ประกอบกับระดับน้ำ สภาพพื้นที่ และเงื่อนไขการเดินเครื่อง การนับจำนวนสถานีที่ทำงานในช่วงเวลาหนึ่ง จึงยังไม่เพียงพอจะพิสูจน์การละเลยหน้าที่ได้อย่างที่มีการกล่าวอ้าง

กระแสกดดันนี้ ทำให้คำถามเรื่องน้ำท่วมเคลื่อนจาก “จะช่วยประชาชนอย่างไร?” ไปสู่ “ใครควรพ้นตำแหน่ง?”

ทั้งที่ คำตอบ 2 เรื่องนี้ จะต้องเชื่อมโยงกัน

การเปลี่ยนผู้บริหาร จะมีความหมายต่อ ผู้ประสบภัย ก็ต่อเมื่ออธิบายได้ว่า…ผู้เข้ามาทำหน้าที่จะตัดสินใจเร็วขึ้น ระดมความช่วยเหลือดีขึ้น และลดความเสียหายได้อย่างไร???

นายกฯอนุทิน ยังไม่ปลด :

ท่าทีของ นายอนุทิน ที่กล่าวไว้เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่ามา ยังระบุว่า…ไม่ได้คิดเรื่องปลดผู้ว่าฯชัชชาติ! และต้องมุ่งช่วยประชาชนก่อน พร้อมมองว่า…การวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่กำลังปฏิบัติงานอาจทำให้งานถดถอยลงไป

 “การสูบน้ำต้องสัมพันธ์กับสถานการณ์ปลายทาง หากสูบผิดจังหวะ น้ำอาจย้อนกลับและสิ้นเปลืองทรัพยากร” นี่คือคำอธิบายจาก…นายกรัฐมนตรี

ข้อเท็จจริงนี้ ทำให้ต้องแยกระหว่าง…“กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลปลด” กับ “รัฐบาลตัดสินใจปลด” ซึ่งยังไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

แต่คำตอบของนายกรัฐมนต รีก็ไม่ได้ทำให้คำถามเรื่องความรับผิดชอบหมดไป? เพราะการทำงานอย่างเต็มที่ต้องแสดงผลผ่านความช่วยเหลือที่ประชาชนได้รับ และการตัดสินใจที่ตรวจสอบได้ด้วย

หยุดเกม! เปิดทางแก้? :

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ออกมาคัดค้านการฉวยวิกฤตน้ำท่วมเรียกร้องให้ปลดผู้ว่าฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเขามองว่า…ภัยพิบัติครั้งนี้เกินกำลังที่ กทม.และจังหวัดใกล้เคียงจะแก้ไขตามลำพัง และสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการกับการบูรณาการของรัฐบาล

ดร.อนุสรณ์ เสนอแนวทาง “Single Command with Comprehensive Support” ให้ผู้รับผิดชอบพื้นที่มีอำนาจสั่งการชัดเจน ส่วนกลางสนับสนุนข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และงบประมาณอย่างรวดเร็ว พร้อมวางแผนเชื่อมโยงต้นน้ำ–ท้ายน้ำอย่างเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ตั้งคำถามต่อการเตรียมพร่องน้ำและขุดลอกคลองของ กทม.ด้วย  

สาระสำคัญจึงอยู่ที่การรักษาทั้ง 2 หลักพร้อมกัน นั่นคือ…ผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งต้องถูกตรวจสอบ และการจัดการภัยพิบัติต้องมีโครงสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน

การคัดค้านการปลด! ไม่ควรปิดทางตรวจสอบ ผู้ว่าฯชัชชาติ เช่นเดียวกับการตรวจสอบ ผู้ว่าฯชัชชาติ ก็ไม่ควรทำให้รัฐบาลพ้นจากคำถามเรื่องบทบาทส่วนกลางไปได้แต่อย่างใด!!??

เครดิตใคร? แก้ทุกข์คนไทย :

อีกเหตุการณ์ที่ทำให้เห็นความขัดแย้งทางการเมืองชัดขึ้น! นั่นคือ…กรณี เครื่องสูบน้ำพญานาค หรือ “ท่อซิ่ง” ที่ใช้ช่วยระบายน้ำเคหะคลองจั่น หลังจากที่ นายอนุทิน ได้แชร์โพสต์ของ รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ซึ่งยกผลงานให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย หรือ มท.4

พร้อม ลดทอนบทบาทของ กทม. จนเกิดข้อถกเถียงว่า…ใครเป็นผู้ประสานเครื่องสูบ? กันแน่!!!

นายชัชชาติ ชี้แจงว่า…ตนได้โทรประสาน นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย และหาความช่วยเหลือจากช่องทางอื่นด้วย แต่ไม่ได้ยืนยันว่าใครโทรก่อน พร้อมมองว่า..เป็นความร่วมมือหลายฝ่าย

ส่วน นายวรศิษฎ์ อธิบายว่า…นายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าฯ หารือร่วมกัน ตนเป็นส่วนหนึ่งที่ลงไปช่วยดูหน้างาน และไม่ควรถกเถียงว่าเป็นผลงานของใคร?

สำหรับ ประชาชนคนไทยที่ต้องอยู่กับน้ำท่วมขัง! สิ่งสำคัญคือ…เครื่องสูบมาถึงเมื่อใด? น้ำลดเมื่อใด?  และพวกเขาจะสามารถกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัยเมื่อใด?  

การแข่งขัน “แย่งเครดิต” รอบนี้ จึงเปิดคำถามว่า…ฝ่ายการเมืองกำลังให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของประชาชน หรือภาพความสำเร็จของฝ่ายตนมากกว่ากัน!!??

ผู้ว่าฯชัชชาติ ต้องตอบแล้ว :

กทม.ยังต้องชี้แจงข้อสงสัยเรื่องการเตรียมพร้อมและการระบายน้ำ โดยเฉพาะ ข้อถกเถียงเกี่ยวกับบึงรับน้ำคู้บอน? ซึ่ง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อ้างว่า…ค่าเวนคืนอยู่ที่ 254 ล้านบาท ขณะที่ นายชัชชาติอธิบาย ข้อจำกัดของพื้นที่เอกชนและยกตัวเลขค่าเวนคืนกว่า 11,000 ล้านบาท

ประเด็นนี้ต้องตรวจเอกสารให้ชัดว่า…ตัวเลขทั้งสองครอบคลุมพื้นที่และขอบเขตโครงการเดียวกันหรือไม่???

คำตอบที่ สังคมไทย ควรได้รับ…จะต้องครอบคลุมเหตุผลในการเลือกหรือปรับโครงการ ผลต่อความสามารถรับน้ำ และมาตรการที่นำมาทดแทน หากมีความล่าช้าหรือการตัดสินใจผิดพลาด กทม.ต้องเปิดเผยว่าเกิดขึ้นตรงไหน? ใครรับผิดชอบ? และแก้ไขอย่างไร?

ความไว้วางใจจากการเลือกตั้งเป็น “ฐาน” ให้…ผู้ว่าฯชัชชาติ ทำงาน แต่…ประชาชนคนไทยเอง ยังคงมีสิทธิเรียกร้องข้อมูลและประเมินผลงานตลอดวาระ โดยเฉพาะ เมื่อการตัดสินใจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและทรัพย์สินของคนจำนวนมาก

รัฐบาลต้องรับ :

ในอีกด้าน น้ำและความช่วยเหลือไม่ได้หยุดอยู่ตามเส้นแบ่งเขตปกครอง การจัดการวิกฤตที่เชื่อมโยงหลายจังหวัดจึงต้องมีผู้รับผิดชอบภาพรวม สามารถประสานข้อมูลและจัดสรรทรัพยากรให้พื้นที่ที่ต้องการได้ทันเวลา

ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” อยากให้…รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายกฯอนุทิน ต้องตอบให้ชัดว่า…

ใครมีอำนาจตัดสินใจเมื่อหน่วยงานเห็นต่าง?

 ใครจัดลำดับพื้นที่เร่งด่วน?

และ พื้นที่ร้องขอเครื่องมือแล้วได้รับภายในเวลาเท่าใด?

ส่วน กทม.เอง ก็จะต้องตอบให้ได้เช่นกันว่า…

ใช้ข้อมูลใดตัดสินใจ?

เตือนประชาชนอย่างไร?

และ ส่งความช่วยเหลือถึงชุมชนที่เข้าไม่ถึงได้เร็วเพียงใด?

การมีหลายหน่วยงานร่วมทำงาน จะเกิดประโยชน์เมื่อทุกฝ่ายใช้ข้อมูลร่วมกันและรู้หน้าที่ของตน แต่หากประชาชนคนไทยยังต้องติดต่อหลายช่องทางโดยไม่รู้ว่า…ใครรับเรื่อง? ใครสั่งการ? และเมื่อใดความช่วยเหลือจะถึง?

ความร่วมมือที่ประกาศไว้ ก็ยังจะต้องพิสูจน์ผลในพื้นที่!!!

ตรวจคนให้ถึงระบบ :

การเรียกร้องให้…ผู้บริหารรับผิดชอบเป็นสิทธิของประชาชนคนไทย แต่การปลดต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและกระบวนการที่ตรวจสอบได้ พร้อมตอบเรื่อง…การบริหารต่อเนื่อง การเปลี่ยนตัวคนโดยไม่แก้จุดติดขัดของข้อมูล อำนาจ และทรัพยากร อาจทำให้วิกฤตครั้งถัดไปกลับมาในรูปเดิม

มาตรฐานตรวจสอบ! จึงควรใช้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ทั้งผู้ว่าฯกทม. รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่…

ความพร้อมก่อนเกิดภัย

ความรวดเร็วระหว่างเผชิญเหตุ

ไปจนถึง การเยียวยาหลังน้ำลด

ความผิดพลาด!จะต้องระบุให้ถึงจุดที่เกิดขึ้น เพื่อให้แก้ได้ตรงเรื่องและไม่ผลักภาระไปยังคนใดคนหนึ่งอย่างง่ายดาย

น้ำลด! ต้องเห็นทางรอด :

“ทางออก” ที่ประชาชนคนไทยควรได้รับ นั่นคือ…แผนปฏิบัติที่ระบุผู้สั่งการชัดเจน มีข้อมูลสถานการณ์ร่วมกัน เตือนภัยด้วยภาษาที่ใช้ตัดสินใจได้ และเปิดเผยผลการช่วยเหลือเป็นรายพื้นที่ พร้อมกำหนดเวลาแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ

วิกฤตครั้งนี้! จึงทดสอบทั้ง นายชัชชาติ และ “รัฐบาลอนุทิน” ว่า ที่สุดแล้ว พวกเขา…จะเปลี่ยนแรงกดดันทางการเมืองให้เป็นความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้หรือไม่? และจะทำให้ความร่วมมือเกิดผลเหนือการแข่งขันแย่งผลงานได้เพียงใด?

นั่นเพราะ…ประชาชนคนไทยทุกคน! มีสิทธิรู้ว่า….ใครต้องรับผิด? และมีสิทธิได้รับระบบที่ป้องกันความเสียหายได้ดีขึ้น

การจะปลดใครสักคน! ฝ่ายที่มีอำนาจปลด! จึงต้องตอบให้ได้ด้วยว่า…น้ำท่วมครั้งหน้า ชีวิตประชาชนคนไทย…จะปลอดภัยขึ้นได้อย่างไร???.