• พฤหัสบดี 20 สิงหาคม 2569 เวลา 16:27 น.

เกษตรยึดพลังงาน?

BREAKING NEWS POLITICAL

(‘ฉันทานนท์’ ข้ามห้วยนั่งปลัดฯ – วัดฝีมือ Bio Energy – จับตา! ค่าไฟ น้ำมัน และเครือข่ายอำนาจ?)

เก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงานไม่ใช่รางวัลปลายทางของข้าราชการ แต่เป็น “จุดควบคุม” ทิศทางนโยบายมูลค่ามหาศาล การมาของ “ฉันทานนท์ วรรณเขจร” จึงต้องพิสูจน์ว่า Bio Energy จะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ลดภาระประชาชน หรือเปิดพื้นที่ให้ทุนพลังงานได้ประโยชน์มากกว่าเดิม

ม้ามืดข้ามกระทรวง :

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 อนุมัติรับโอน นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงพลังงาน แทนนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามถ้อยคำใน มติ ครม. การแต่งตั้งมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยเป็นการทดแทนตำแหน่งที่จะว่างตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ชื่อของ นายฉันทานนท์ ถูกมองว่าเป็น “ม้ามืด” เพราะเส้นทางราชการส่วนใหญ่อยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่…งานเกษตรต่างประเทศ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง จนถึง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ก่อนถูกโอนมาเป็น…ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในปลายปี 2568

ประเด็นที่มีมากกว่า ข้อสงสัยที่ว่า…เหตุใดข้าราชการสายเกษตรจึงข้ามมาคุมกระทรวงพลังงาน? แต่เป็น…รัฐบาลกำลังเตรียมปรับ “ทิศทางพลังงาน” ไปทางใดกันแน่?

เหตุผลชื่อ “Bio Energy” :

ฟังจากจาก “นายกรัฐมนตรี” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้สัมภาษณ์จากประเทศออสเตรเลีย ว่า…การแต่งตั้งครั้งนี้ พิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ไม่ใช่เหตุผลทางการเมือง!!??

ด้วยเหตุผลที่…รัฐบาลต้องการผู้บริหารที่เข้าใจระบบการผลิตพืชเศรษฐกิจ ห่วงโซ่สินค้าเกษตร และกลไกตลาด เพื่อผลักดันปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลังให้มีบทบาทเป็นวัตถุดิบพลังงาน รองรับทั้งไบโอดีเซล เอทานอล และเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (Bio Jet)

ในทางทฤษฎี นโยบายนี้มีโอกาสสร้างประโยชน์หลายด้าน ทั้งลดการนำเข้าน้ำมัน เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างตลาดใหม่ให้ผลผลิตเกษตร และช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคขนส่ง

แต่คำว่า Bio Energy” ยังเป็นเพียงเป้าหมายนโยบาย ไม่ใช่หลักประกันว่า…ราคาพืชจะสูงขึ้น หรือเกษตรกรจะได้รับประโยชน์ทันที!!!

ผลลัพธ์จริงขึ้น! อยู่กับ…สัดส่วนการผสมเชื้อเพลิง ปริมาณรับซื้อ ราคาวัตถุดิบ ต้นทุนโรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม งบอุดหนุน และการแข่งขันกับราคาน้ำมันโลก

หากออกแบบไม่รอบคอบ ผลประโยชน์อาจไปตกอยู่กับ…ผู้รวบรวมวัตถุดิบ โรงงานแปรรูป หรือผู้ค้าน้ำมัน มากกว่าเกษตรกรต้นน้ำ???

เก้าอี้ที่มากกว่า Bio Energy :

“ปลัดกระทรวงพลังงาน” เป็น…หัวหน้าฝ่ายข้าราชการประจำ มีบทบาทเชื่อมโยงนโยบายของฝ่ายการเมืองเข้ากับหน่วยงานและกลไกภายในกระทรวง

“บนโต๊ะ” ไม่ได้มีเพียงเรื่องพืชพลังงาน แต่ยังรวมถึง…โครงสร้างราคาน้ำมัน ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ตลอดจน ทิศทางพลังงานสะอาดและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

แม้การตัดสินใจเรื่องค่าไฟ ราคาน้ำมัน หรือ PDP จะไม่ได้อยู่ในมือ “ปลัดกระทรวง” เพียงคนเดียว เพราะยังเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน รัฐวิสาหกิจ และคณะรัฐมนตรี

แต่ “ปลัดกระทรวง” ก็มีอิทธิพลต่อกระบวนการกลั่นกรองข้อมูล การประสานหน่วยงาน และการเปลี่ยนนโยบายให้กลายเป็น…มาตรการปฏิบัติ!!??

นี่จึงเป็น…ตำแหน่งที่เกี่ยวพัน ทั้งค่าครองชีพของประชาชน รายได้เกษตรกร และผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่ในเวลาเดียวกัน

เงา “บ้านใหญ่” ต้องตอบด้วยผลงาน :

ประวัติที่สื่อหลายสำนัก นำเสนอตรงกัน นั่นคือ…นายฉันทานนท์ เคยทำงานร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง…รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2545 – 2548  ทำให้เกิดการ “ตีความ” ทางการเมือง ว่า…

เขาคือบุคคลในเครือข่าย “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”

ส่วนข้อกล่าวอ้างที่เชื่อมโยงการแต่งตั้งครั้งนี้ เข้ากับ “เสี่ยกลาง” หรือ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารกลุ่มกัลฟ์ ผ่านความสัมพันธ์กับนายอนุทิน ซึ่งถือเป็น “เพื่อนเลิฟ” กันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนนุ่งขาสั้น ตลอดจน มีสายสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายการเมืองและทุนพลังงาน นั้น

จนถึงขณะนี้ ยังไม่ปรากฏเอกสาร หลักฐาน หรือคำยืนยันใดๆ ทั้งหมดเป็นเพียง…ข้อสงสัยเชิงกล่าวหา ด้วยซ้ำ

ดังนั้น แค่ความคุ้นเคยส่วนบุคคล หรือ การเคยทำงานร่วมกับนักการเมือง จึงยัง ไม่ใช่หลักฐาน ยืนยันว่า…การแต่งตั้งไม่ชอบ หรือมีการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนใด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานดูแลนโยบายที่มีผลต่อธุรกิจมูลค่ามหาศาล กระแสตั้งคำถามเรื่องเครือข่ายอำนาจจึงไม่อาจลบด้วยคำปฏิเสธเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบด้วยกระบวนการตัดสินใจที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติ

“ห้าตัวชี้วัด” พิสูจน์ฝีมือ :

ภายหลัง “ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่” เข้ารับหน้าที่หลัง 1 ตุลาคมแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ สังคมไทยควรจับตาอย่างน้อย 5 เรื่อง นั่นก็คือ…

หนึ่ง นโยบาย Bio Energy จะทำให้รายได้สุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงราคาหน้าโรงงานหรือปริมาณรับซื้อ

สอง ต้นทุนจากการส่งเสริมไบโอดีเซล เอทานอล และ Bio Jet จะถูกผลักมาอยู่ในราคาขายปลีกหรือภาระกองทุนน้ำมันมากเพียงใด

สาม การปรับแผน PDP จะสร้างกำลังผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการ เพิ่มภาระค่าไฟ หรือเปิดการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น

สี่ การอนุมัติโครงการและการจัดซื้อจัดหาพลังงาน จะเปิดเผยข้อมูล ผู้ได้รับประโยชน์ และเงื่อนไขสัญญาให้สาธารณชนตรวจสอบได้หรือไม่

และ ห้า เมื่อผลประโยชน์ของเกษตรกร ผู้ใช้พลังงาน รัฐวิสาหกิจ และทุนเอกชนขัดกัน “ปลัดกระทรวง” จะยืนอยู่บนหลักประโยชน์สาธารณะ หรือปล่อยให้อำนาจต่อรองของทุนเป็นผู้กำหนดคำตอบ

จากไร่นาถึงบิลค่าไฟ :

การดึง ข้าราชการสายเศรษฐกิจการเกษตรมาคุมกระทรวงพลังงาน อาจเป็นการ “เดิมพัน” เชิงนโยบาย ที่น่าสนใจ? หากสามารถ…เชื่อมผลผลิตจากไร่นาเข้ากับความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกระจายรายได้ถึงเกษตรกรอย่างเป็นธรรม

แต่หาก Bio Energy กลายเป็นเพียงคำสวยหรู ขณะที่ค่าไฟ ราคาน้ำมัน และภาระกองทุนยังตกอยู่กับประชาชน การแต่งตั้งครั้งนี้ ก็จะถูก “มอง” ผ่านเลนส์การเมืองและเครือข่ายผลประโยชน์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นับจากวันที่ นายฉันทานนท์ เข้ารับตำแหน่ง สิ่งที่จะตัดสินว่าเป็น “คนเหมาะกับงาน” หรือ “คนของใคร?” จึงไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่นามสกุลของผู้สนับสนุน และไม่ใช่คำชี้แจงของรัฐบาล

แต่คือ…คำตอบที่ปรากฏใน ราคาพืชผล บิลค่าไฟ หน้าปั๊มน้ำมัน และความโปร่งใสของทุกนโยบายพลังงาน นั่นเอง!!!.