สกัด!! คนต้องห้าม ร่วม ‘รบ.อนุทิน 2’

เปิด 8 ด่าน “กำแพงหิน” ตรวจเข้ม! ว่าที่รัฐมนตรี “อนุทิน 2” สแกนลึกทุกมิติ ก่อนนั่งเก้าอี้บริหารประเทศ
งวดเข้ามาทุกขณะ! สำหรับ “รัฐบาลอนุทิน 2” โดยเฉพาะ“กฎเหล็ก” ว่าด้วย…กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของว่าที่รัฐมนตรี
ขั้นตอนสำคัญต่อจากนี้ คือ การตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและจริยธรรมทางการเมือง
อย่างที่รู้กัน ก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน เคย “ตกม้าตาย” จากการความผิดพลาดในการสรรหาและแต่งตั้งคนร่วมคณะรัฐมนตรี
จนกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้ “นายกรัฐมนตรี “ คนต่อไป ต้องหนักแน่นต่อการคัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรี
ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ใครที่จะทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรี จะต้องเจอกับ 8 หน่วยงานหลักที่เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น…
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและคดีความ
สำนักงานศาลยุติธรรม ตรวจสอบคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาและคำพิพากษา
สำนักงานสำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบประวัติการทุจริตหรือความผิดด้านจริยธรรมร้ายแรง
ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามทางการเมือง
กรมบังคับคดี ตรวจสอบสถานะล้มละลาย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติทางการเมืองและข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
และมี สำนักงาน ก.ล.ต. คอยตรวจสอบการถือหุ้นในกิจการต้องห้าม
ขณะที่ สำนักงานอัยการสูงสุด จะทำการตรวจสอบสถานะคดีอาญาและการสั่งฟ้อง
นั่นคือ “8 กำแพงหิน” คอยสกัดกั้น “นักการเมือง” ที่อยู่ในข่ายว่าอาจมีปัญหา ห่างไกลทำเนียบรัฐบาล
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การสร้างกำแพง “8 ด่านตรวจสอบ” ก่อนจะมี ครม.ชุดใหม่สะท้อนให้เห็นว่า…
กระบวนการคัดกรองรัฐมนตรีในยุคปัจจุบันมีความเข้มข้นมากขึ้น!
โดยเฉพาะใน บริบทการเมืองไทยที่สังคมให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมากกว่าในอดีต
การให้หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบแบบไขว้กัน ยังช่วยลดความเสี่ยงของการตกหล่นหรือการใช้ดุลพินิจเพียงฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ระบบตรวจสอบจะดูรัดกุม แต่ในทางปฏิบัติ…ยังจะมีคำถามเรื่อง “มาตรฐานเดียวกัน” และ “การตีความคุณสมบัติ”???
โดยเฉพาะใน กรณีที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม หรือคดีที่ยังไม่ถึงที่สุด ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นทางการเมืองได้ในภายหลัง หากมีการตั้งข้อสงสัยจากสังคมหรือฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ กระบวนการตรวจสอบดังกล่าว ยังเป็น “ตัวชี้วัด” ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลใหม่
หากสามารถคัดเลือกบุคคลที่ไม่มีข้อครหามาดำรงตำแหน่งได้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น! ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
แต่หากเกิดกรณี “หลุดรอด” ของบุคคลที่มีปัญหา ก็อาจกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น ได้ด้วยเช่นกัน!!!






