‘อนุทิน’ ตั้งรัฐบาล 16 พรรค เร่งเครื่องตั้ง ครม. หวังอยู่ครบเทอม

ผนึก 16 พรรคตั้งรัฐบาล “อนุทิน” นำทีม พร้อมรับฟังนโยบายทุกพรรค หนุนการทำงานพื้นที่ หวังอยู่ด้วยกันให้นานที่สุด ด้านเพื่อไทยหนุนเต็มร้อย เร่งตั้ง ครม.-เดินหน้านโยบายทันที
บรรยากาศการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคัก ภายหลังการรวมเสียง 16 พรรคการเมืองจัดตั้งรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุม ร่วมกับ ส.ส.จากทุกพรรคที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายหลังการหารือ นายอนุทิน กล่าวขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 16 พรรค ที่ให้การสนับสนุนตนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำถึงความพร้อมในการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันนโยบายและแก้ไขปัญหาประเทศ
นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้จะเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอจากทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ เพื่อหลอมรวมเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล โดยเน้นการสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของ ส.ส. ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมแสดงความหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างยาวนานและมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะเข้าสู่ขั้นตอนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนเร่งจัดตั้งคณะรัฐมนตรี และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยเร็วที่สุด
ในส่วนของ พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ เปิดเผยว่า พรรคมีมติเป็นเอกฉันท์สนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีเสียงเพียงพอในการขับเคลื่อนประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
และย้ำว่า การจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วมีความจำเป็น เพื่อให้ประเทศมีฝ่ายบริหารที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ และเดินหน้านโยบายแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มที่ และร่วมผลักดันนโยบายร่วมกับพรรคร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
ในมุมของ“ทีมยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…การรวมตัวของรัฐบาล 16 พรรค ภายใต้การนำของนายอนุทิน สะท้อนรูปแบบ “รัฐบาลผสมขนาดใหญ่” ที่ต้องอาศัยการประสานผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเข้มข้น
แม้จำนวนเสียงจะเพียงพอในเชิงตัวเลข แต่ความหลากหลายของพรรคการเมืองย่อมหมายถึงความท้าทายในการกำหนดทิศทางนโยบายร่วมให้เป็นเอกภาพ
บทบาทของพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนร่วมที่ประกาศหนุนเต็มร้อย มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะในมิติการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาปากท้อง ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค
อย่างไรก็ตาม การแบ่งสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีอาจกลายเป็นจุดทดสอบสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วม
ขณะเดียวกัน ความเร่งรีบในการจัดตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบาย สะท้อนแรงกดดันจากสถานการณ์ภายนอก ทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดนและเศรษฐกิจโลก
ซึ่งจะเป็น…บทพิสูจน์แรกของรัฐบาลใหม่ ว่า…จะสามารถเปลี่ยน “เสียงสนับสนุนในสภา” ให้เป็น “ผลลัพธ์เชิงนโยบาย” ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด???.






