รีเซ็ต!…เสี่ยง???

(ในวันที่ไร้…กล้าธรรม! สิ่งที่เหลือคือ ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ ต้องเร่งสร้างผลงาน…ตอบโจทย์ใหญ่ของสังคมไทย?)
“รัฐบาลอนุทิน 2” จำต้อง “รีเซ็ต” ตัวเอง หากไร้ “กล้าธรรม” ภาพอำนาจรัฐ…อาจสะอาดขึ้น แต่ต้องแลกกับ “เกราะทางการเมือง” ที่หายไป! ผลงานของรัฐบาลใหม่…จะเป็นคำตอบ ท่ามกลางกระแสไม่เอาทุนเทา บีบ “พรรคแกนนำ” เร่งพิสูจน์ตัวเองเร็วกว่าที่คิด สิ่งนี้…อาจเปลี่ยนเกมการเมือง จากดีลต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ก็ “เสี่ยง?” ต่อการจะสร้างผลลัพธ์จากผลงานจริงของรัฐบาล!
วลี “สู้กันเต็มเหนี่ยว ไม่มีใครมีบุญคุณใคร” จาก แหล่งข่าวระดับสูง ของ พรรคภูมิใจไทย ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ จะไม่ใช่เพียงถ้อยคำตอบโต้ข่าวลือ หากแต่เป็นการ “ปลด!” พันธะทางการเมือง กับ พรรคกล้าธรรม อย่างมีนัยสำคัญ???
เพราะนั่นเท่ากับเป็น การส่งสัญญาณ ว่า…พรรคแกนนำพร้อมตัดสินใจ บนฐานยุทธศาสตร์ ไม่ใช่บนฐาน “บุญคุณ” หรือ “ดีลในอดีต???”
หากสูตรจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” ไร้เงาของพรรคกล้าธรรม…เกิดขึ้นจริง! เครดิตความชอบธรรม…จะเกิดขึ้นในทันที!
แรงกดดันจากสังคมไทยในทุกภาคส่วน ที่ไม่ต้องการเห็นภาพการเชื่อมโยง “ทุนเทา” จะลดระดับลง
พรรคฝ่ายค้านจะโจมตีด้วยวาทกรรมเดิมๆ คงทำได้ยากขึ้น อย่างน้อยก็ในช่วงตั้งต้นของรัฐบาลชุดใหม่
แต่ในเวลาเดียวกัน “เกราะ!” กันแรงเสียดทานทางการเมืองของ “รัฐบาลอนุทิน 2” ก็จะหายไปเช่นกัน และ ทุกสายตาของสังคมไทย จะหันมา “โฟกัส” ที่ผลงานของพรรคแกนนำโดยตรง
แต้มต่อสำคัญจากผลงานช่วง 3–4 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะ…บทบาทของ “3 รัฐมนตรีคนนอก” ได้แก่ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งวันนี้…ได้กลายเป็น คนในพรรคภูมิใจไทยเต็มตัว แล้ว
การเปลี่ยนสถานะจาก “มืออาชีพอิสระ” มาเป็น…คนในพรรคแกนนำ ทำให้ความรับผิดชอบทางการเมือง “ถูกรวมศูนย์” เอาไว้อย่างสมบูรณ์!!!
หากสิ่งที่รับปากคนไทย ผ่านการหาเสียงเลือกตั้งครั้งล่าสุด! สามารถจะทำได้สำเร็จ แน่นอนว่า…พรรคภูมิใจไทย ย่อมจะได้เครดิตไปเต็มๆ
แต่หากล้มเหลว? พรรคก็ต้องรับแรงสะท้อนกลับเต็มๆ ไปด้วยเช่นกัน!!!
นอกจาก 3 บุคคลข้างต้นแล้ว พรรคภูมิใจ…ยังมีนักการเมืองและอดีตข้าราชการ “น้ำดี” ที่เข้าร่วมงานกับพรรคในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งคนเหล่านี้…ย่อมสบายใจกับ “สูตร…ไร้กล้าธรรม” เพราะนั่นหมายถึง…
ภาพรัฐบาลที่สะอาดขึ้น ลดแรงครหา และเปิดพื้นที่ให้ทีมเทคนิคทำงานได้เต็มศักยภาพ!!??
แหล่งข่าวคนใกล้ชิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า…หากเลือกเดินเส้นทางนี้ พรรคก็ต้องยอมรับว่า “ไม่มีใครให้โทษ ทุกอย่างวัดกันที่ผลงาน และพร้อมรับผิดชอบเต็มที่”
ขณะที่ แกนนำจาก พรรคเพื่อไทย อย่าง “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้ความเห็นว่า…บริบทโลกวันนี้ ไม่เอื้อให้การเมืองไทยเล่นเกมเดิม หากจะร่วมกันตั้งรัฐบาล ก็ต้องตั้งบนฐานความเชื่อมั่นของสังคมไทย และทำผลงานให้เห็นเร็วที่สุด
คำกล่าวทั้ง 2 คนข้างต้น ย่อมสะท้อนในสิ่งที่ตรงกันว่า…สูตรไร้พรรคกล้าธรรม จะช่วยยกระดับมาตรฐานรัฐบาลโดยอัตโนมัติ!!!
ในสูตรเดิม…ที่มี พรรคกล้าธรรม ร่วมรัฐบาล หากเกิดปัญหาภายในหรือข้อครหา รัฐบาลยังสามารถ “แบ่งแรง” กดดัน! ออกไปได้บางส่วน
แต่กับสูตรใหม่นี้ ทุกความสำเร็จและความล้มเหลว…จะถูกชี้เปรี้ยง! ตรงไปยัง “พรรคภูมิใจไทย” อย่างเต็มตัว
ความเสี่ยงสำคัญจึงไม่ใช่…การล้มรัฐบาล! เพราะเสถียรภาพเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ แถมมี “แต้มต่อ” มากมาย ทั้งจากกองเชียร์ร่วมรัฐสภา และนอกรัฐสภา ที่ครองความเป็น…องค์กรอิสระ
กระนั้น ความเสี่ยงที่หากจะมี คงไม่พ้นแรง “กัดกิน” คะแนนนิยมผ่านกลไกในระบบสภา ไม่ว่าจะเป็น…การอภิปราย การตรวจสอบงบประมาณ หรือการตั้งคำถามต่อผลงานอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาล…อาจไม่ล้มง่าย! แต่จะอยู่ยาก? หากผลงานไม่ชัดเจน!!??
เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการส่งออกที่ผันผวน ภาวะหนี้ครัวเรือนสูง และภาคเกษตรที่ต้องการการยกระดับเชิงโครงสร้าง ฯลฯ
หาก “รัฐบาลอนุทิน 2” สามารถเชื่อมโยงและผสาน…แผนงานยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร พาณิชย์ และการลงทุน ได้อย่างเป็นระบบ โดยใช้ “ทีมเทคนิคชุดใหม่” เป็นแกนหลัก ได้อย่างสมูท แล้วละก็…
“รัฐบาลอนุทิน 2” อาจเปลี่ยน “แต้มต่อ…ระยะสั้น” ให้กลายเป็น…ฐานความนิยมระยะยาว…ได้
กลับกัน! แต่หากผลงานที่ออกมา มองไม่เห็นเป็นรูปธรรม หรือเกิดข้อครหาด้านความโปร่งใส แน่นอนว่า…สิ่งนี้ ย่อมจะกระทบต่อ “ภาพรัฐบาลใสสะอาด” ที่สร้างขึ้นจากการ “ไร้พรรคกล้าธรรม”
ภาพที่ว่านี้…จะพังทลายได้เร็วกว่าเดิม! นั่นเพราะ…ความคาดหวังของสังคมไทย ได้ถูกยกระดับขึ้นไปแล้ว
สูตร “ไร้พรรคกล้าธรรม” จึงเป็นการเลือกทางที่ “สะอาดกว่า แต่เปลือยเปล่ามากกว่า?” ไม่มี…เกราะทางการเมืองให้ปกป้อง ไม่มีข้ออ้างเรื่องพันธมิตร แต่จะมีเพียงผลงานเป็นคำตอบของผลงานที่เกิดขึ้นจริง!
และในวันที่ “3 คนนอก” ที่กลายเป็นคนในพรรคภูมิใจไทย…เต็มตัว! นั้น บทพิสูจน์แรก…ของพรรคก็จะเริ่มต้นขึ้นในทันที!!!
ที่สุด! พวกเขาจะร่วมกัน สร้างและเปลี่ยนแรงกดดัน ให้กลายเป็นพลังสร้างความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนต่อเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่???
เพราะ ในวันที่ “ไร้เกราะ” กันแรงเสียดทาน นั้น คำตอบเดียวที่เหลืออยู่ ก็คือ…ผลงานที่คนไทยสัมผัสได้จริง! ก็เท่านั้น!!??.






