วันทหารผ่านศึก’69 บนสมรภูมิการเมือง 

วันทหารผ่านศึกปีนี้ ไม่ได้เงียบหายไปในห้วงการหาเสียง แต่กลับถูกดึงขึ้นมาเป็นสนามแข่งขันทางความหมาย ว่าใคร “รักชาติ” แบบใด ระหว่างพิธีกรรม อธิปไตย และสวัสดิการของผู้เสียสละ ท่ามกลางแรงกดดันก่อนเลือกตั้ง

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือ “วันทหารผ่านศึก” วันที่ สังคมไทย…จะได้ร่วมรำลึกถึง “ทหารกล้า” ที่เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ และโอกาสส่วนตน เพื่อปกป้องประเทศชาติ

ทว่า ในปี 2569 วันสำคัญนี้…ไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะ “วันแห่งความทรงจำ” หากถูก “ดึง” เข้าสู่สนามการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งทั่วไป และสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

กับคำถามที่ปรากฏในสังคมไทย? จึงไม่ใช่แค่เพียงว่า…นักการเมืองมัวแต่จะหาเสียง จนลืม “วันทหารผ่านศึก” กันหรืออย่างไร? หากแต่เป็นคำถามที่ “คมกว่าและหนักกว่า” นั้นมาก นั่นคือ…

ใครกำลังใช้ “วันทหารผ่านศึก” เป็น…เครื่องมือสื่อสารทางการเมือง และกำลังนิยาม “ความรักชาติ” ในแบบของตนเอง

การเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ใน “วันทหารผ่านศึก” ประจำปี 2569 นี้ สะท้อนให้เห็นชัดว่า…วันเดียวกัน เหตุการณ์เดียวกัน สามารถจะถูก “ตีความ” แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!!!

ฝ่ายการเมือง “ขั้วอนุรักษ์นิยม” เลือกตอกย้ำภาพ…พิธีกรรม การวางพวงมาลา การสดุดีวีรกรรม และการเชื่อมโยง “วันทหารผ่านศึก” เข้ากับ…อธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ

การปรากฏตัวในพิธีฯ จึงไม่ใช่เพียงการ…แสดงความเคารพ แต่เป็นการ…ยืนยัน “จุดยืนทางการเมือง” ไปพร้อมกัน ในคราวเดียวกัน!!!

ท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เข้าร่วมพิธีรำลึก และได้เน้นย้ำ “จุดยืน” ด้านความมั่นคง

รวมถึงการสื่อสารของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ซึ่งเชื่อม “วันทหารผ่านศึก” เข้ากับการปลูกฝังค่านิยมรักชาติให้คนรุ่นใหม่

สะท้อนยุทธศาสตร์เดียวกัน ของ 2 ตัวแทนนักการเมืองฟาก “อนุรักษ์นิยม” นั่นคือ…การทำให้วันทหารผ่านศึกเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางการเมือง

ใครยืนอยู่ในพิธี ย่อมถูกมองว่า “ให้เกียรติชาติ” และใครไม่ปรากฏตัว ย่อมถูกตั้งคำถามในเชิงสัญลักษณ์ทันที!!??

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ ที่มี “พิธีบรรจุอัฐิ” ของทหารกล้า 42 นาย ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

ภาพของความสูญเสียที่ยังสดใหม่ ถูกดึงขึ้นมาเป็น “ศูนย์กลาง” ของการสื่อสารอย่างเข้มข้น!!!

“วันทหารผ่านศึก” จึงไม่ใช่เรื่องของอดีต หากเป็นเรื่องของความขัดแย้งที่ยังไม่จางหาย และถูกใช้เป็น “เชื้อไฟทางการเมือง” ในช่วงโค้งสำคัญ

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ได้เลือกวางตำแหน่งของตนเอง อย่างระมัดระวังมากกว่า…

การสื่อสารของ นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ อดีต รมว.กลาโหม ไม่ได้เน้นการโจมตีฝ่ายใด? แต่พยายามชี้ให้เห็นว่า…การให้เกียรติกับ “ทหารผ่านศึก” ไม่ควรหยุดอยู่ที่ “คำสดุดี” หรือแค่เป็น “พิธีกรรม”

หากต้องแปรเปลี่ยนเป็น…นโยบายและการลงมือทำจริง!!!

ทั้งการ ผลักดัน…โครงการบ้านสำหรับทหารชั้นผู้น้อย การพัฒนาอาชีพให้สอดรับกับโลกปัจจุบัน และการปรับเพิ่มเบี้ยผดุงเกียรติให้ครอบคลุมถึงครอบครัวผู้สูญเสีย

ท่าทีดังกล่าว สะท้อนความพยายามของ พรรคเพื่อไทย ในการยืนอยู่บน “เส้นแบ่ง”…???

ระหว่าง…“ความมั่นคง” กับ “สวัสดิการ”

ระหว่าง…“การให้เกียรติในเชิงสัญลักษณ์” และ “การตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในเชิงโครงสร้าง”

โดยพยายามจะ หลีกเลี่ยงการทำให้วันทหารผ่านศึก” กลายเป็น…เวทีปะทะทางการเมืองโดยตรง!!??

ขณะที่ พรรคประชาชน กลายเป็นพรรคการเมืองที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุด! ในวันสำคัญนี้  จากการที่พวกเขา…ไม่เน้นการปรากฏตัวในพิธีกรรมอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงนโยบาย จะพบว่า…พรรคประชาชนเอง ก็ไม่ได้ละเลย…ประเด็น “ทหารผ่านศึก” หากแต่เลือกเปลี่ยนสนาม?

จาก…พิธีการ ไปสู่โครงสร้าง!!!

โดยให้ความหมายของ การ “ให้เกียรติทหาร” อยู่ที่การ “ยกระดับ” สวัสดิการ การคืนศักดิ์ศรี และการลดความสูญเสียในระยะยาว

มากกว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์!!??

การตั้งคำถามของ นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ แกนนำ “พรรคสีส้ม” ต่อการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน และการเน้นการเยียวยาประชาชน ควบคู่กับทหาร สะท้อนมุมมองว่า…

ความรักชาติ…ไม่ควรถูก “ผูกขาด” ด้วยพิธีกรรมหรือวาทกรรม แต่ต้อง “วัด” จากความสามารถของรัฐ ในการดูแลผู้เสียสละและครอบครัวอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน!!!

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา จึงกลายเป็น “ตัวเร่งสำคัญ” ที่ทำให้ “วันทหารผ่านศึก” ในปีนี้ มีน้ำหนักทางการเมือง! สูงกว่าปีอื่นๆ ก่อนหน้านี้???

ฝ่ายหนึ่ง…ใช้กรอบ “อธิปไตยและศักดิ์ศรี” เป็น “หัวใจ” ของการสื่อสาร

ขณะที่ อีกฝ่าย…พยายามดึงประเด็น กลับมาสู่เรื่อง “ผลกระทบ” ต่อชีวิตประชาชนและทหารในพื้นที่จริง

“วันทหารผ่านศึก” จึงไม่ใช่เพียงการรำลึกถึงอดีต แต่จะเป็น…เวทีที่สะท้อนทิศทางนโยบายความมั่นคงในอนาคต ไปโดยปริยาย…

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่า…“วันทหารผ่านศึก ปี 2569” ไม่ได้ถูกลืมเลือนจากการเมืองไทย หากแต่ถูกยกขึ้นมาเป็น…สมรภูมิทางความหมาย ระหว่าง…

“ความรักชาติ” ในกรอบ…พิธีกรรม

“ความรักชาติ” ในกรอบ…อธิปไตย

และ “ความรักชาติ” ในกรอบ…สวัสดิการและคุณภาพชีวิตของผู้เสียสละ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ใครลืมวันทหารผ่านศึก???”

แต่ควรจะเป็นคำถามที่ว่า…ใครกำลังนิยามความรักชาติแบบใด? และนิยามนั้น…จะตอบแทนผู้เสียสละได้จริงเพียงใด มากกว่า!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password