กลิ่นเลือกตั้ง???

(กติกาการเมือง “เลือกตั้งล่วงหน้า” ที่ถูกกฎหมาย แต่อาจไม่เป็นธรรม!!??)

แกนนำพรรคใหญ่ ห่วงสุดๆ หลังเห็น “ตัวเลข” ของ “ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า” ที่พุ่งสูงผิดสังเกต! ในบางพื้นที่  แม้สิ่งนี้…อาจยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย แต่มันกำลังสะท้อน “ช่องว่างของกติกา” เมื่อความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบจาก กกต. อาจให้ “ผลลัพธ์ทางการเมือง” ที่ไม่เท่ากัน

บรรยากาศการเมืองไทย ที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของการเลือกตั้งใหญ่รอบใหม่ 8 กุมภาพันธ์ 2568  ทว่ากลับเริ่มมี “สัญญาณเตือน!” จากหลายฝ่ายถึงความเสี่ยงของการทุจริตเชิงระบบ

โดยเฉพาะประเด็น “การเลือกตั้งล่วงหน้า!!!”

ภายหลังจากที่ บางพรรคการเมือง? พบความผิดปกติในหลายพื้นที่ เมื่อมี…จำนวน “ผู้ประสงค์ใช้สิทธิ” สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดิมอย่างมีนัยสำคัญ???

ประเด็นนี้ ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า…มีการกระทำผิดกฎหมาย แต่กำลังกลายเป็นคำถามใหญ่ของสังคมไทยว่า… กลไกที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน กำลังเปิดช่องให้ความได้เปรียบทางการเมืองเกิดขึ้นหรือไม่???

หนึ่งในเสียงสะท้อนจากฝั่งการเมืองที่ถูกจับตา คือ ความเห็นของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตถึงข้อมูลร้องเรียนที่ทยอยเข้ามา ทั้งกรณี…

การเก็บบัตรประชาชนในบางพื้นที่ต่างจังหวัด

และ ตัวเลขผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ

โดย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ผลจากการย้ายทะเบียนบ้าน เพราะมีกฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้อย่างชัดเจน แต่เป็นการเลือกใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อความสะดวกในการจัดการทางการเมือง

พร้อมระบุว่า…ฝ่ายการเมืองจะติดตามอย่างใกล้ชิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนมุมมองของ พรรคเพื่อไทย ที่มอง “ตัวเลข” ไม่ใช่หลักฐานความผิดโดยตรง แต่เป็นสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้างที่ไม่ควรถูกมองข้าม

ขณะที่ พรรคประชาชน ก็เคยแสดงความเห็นในแนวทางเดียวกันมาโดยตลอด โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคสีส้ม ชี้ว่า… การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ต้องได้รับการคุ้มครอง แต่ในทางปฏิบัติกลับเป็นจุดอ่อนของระบบ หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเชิงพื้นที่อย่างเพียงพอ และไม่มีมาตรการติดตามความผิดปกติแบบเชิงรุก ทำให้สังคมไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรคสีน้ำเงิน กลับแสดงท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่า???

แกนนำและหัวหน้าพรรค อย่าง…นายอนุทิน ชาญวีรกูล มักจะหลีกเลี่ยงการชี้นำว่า…มีการทุจริต

พร้อมย้ำว่า…ไม่ควรสร้างบรรยากาศที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้ง หากยังไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน

แต่เขาก็ยอมรับว่า หากมีข้อร้องเรียนหรือข้อสงสัย ก็ควรเปิดช่องให้หน่วยงานอิสระตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ทำให้การใช้สิทธิของประชาชนกลายเป็นเรื่องน่าสงสัยไปเสียทั้งหมด

เมื่อพิจารณาท่าทีของ…องค์กรจัดการเลือกตั้ง อย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ก่อนหน้านี้ ทาง ผู้บริหารระดับสูง ยังคงยึด “หลักกฎหมาย” เป็น “ศูนย์กลาง” โดยชี้แจงว่า…

ตัวเลขผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่เพิ่มสูงขึ้น อาจมีที่มาจากหลายปัจจัย ทั้งความตื่นตัวทางการเมือง ความสะดวกของระบบ หรือการเคลื่อนย้ายแรงงาน

และ “ตัวเลขเพียงอย่างเดียว” ยังไม่สามารถถือเป็นความผิดได้ หากไม่ปรากฏหลักฐานเชิงพฤติกรรมที่ชัดเจน

พร้อมย้ำว่า…กกต. พร้อมดำเนินการทันที! เมื่อมีพยานหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด?

ในเชิงหลักการ คำอธิบายของ กกต. ถือว่า…ถูกต้องตามกรอบนิติรัฐ แต่ในเชิงการเมือง คำถามที่กำลังขยายตัวในสังคมคือ หลักคิดแบบ “ยังไม่ผิดจนกว่าจะพิสูจน์ได้” เพียงพอหรือไม่

ในสนามเลือกตั้ง ที่ “ผู้เล่น” ไม่ได้มีต้นทุนเท่ากัน เมื่อพรรคการเมืองที่มีเครือข่ายท้องถิ่นเข้มแข็ง สามารถระดมและจัดการผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบกฎหมาย

ขณะที่ พรรคใหม่หรือพรรคที่ขาดโครงสร้างระดับพื้นที่ ต้องพึ่งพากระแสและความสมัครใจของประชาชนเป็นหลัก

ความได้เปรียบลักษณะนี้ อาจไม่เข้าข่ายการโกงโดยตรง แต่เป็นความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นจากกติกาซึ่งดูเป็นกลางบนกระดาษ ทว่าให้ผลลัพธ์ที่ไม่เท่ากันในทางปฏิบัติ!!!

และเมื่อ ภาระในการพิสูจน์ความผิดตกอยู่กับฝ่ายร้องเรียน ขณะที่ ผู้ที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิมยังสามารถเดินเกมต่อไปได้อย่างปลอดภัย

ปัญหาจึงไม่ใช่คำถามว่า…“ใครผิด?” แต่คือคำถามตัวโตๆ ตามมาว่า “ระบบนี้ป้องกันความไม่เป็นธรรมได้จริงหรือไม่?”

ท้ายที่สุด ประเด็น “การเลือกตั้งล่วงหน้า” อาจไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้าของการเมืองรอบนี้เท่านั้น หากแต่เป็นโจทย์ใหญ่ของประชาธิปไตยไทยในระยะยาว ว่าจะสามารถพัฒนากติกาที่ไม่เพียงถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นในความเป็นธรรมของการแข่งขันทางการเมืองได้หรือไม่

นั่นเพราะ…ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบเลือกตั้ง ไม่ได้ตัดสินกันแค่…วันนับคะแนน หากเริ่มต้นตั้งแต่….วันที่กติกาถูกออกแบบ และถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกับทุกฝ่ายได้จริงหรือไม่? แค่ไหน? และอย่างไร? มากกว่า!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password