ส่อง 3 พรรคใหญ่! ก่อนโค้งสุดท้ายการเมือง

สนามเลือกตั้ง 2569 มิต่างจาก “ศึกชิงความหมาย” การเข้าสู่อำนาจรัฐ ที่ 3 พรรคใหญ่ จ้องจะเข้าไป “บริหารประเทศ” แต่ละพรรค ต่างเสนอ “ภาพรัฐ” คนละแบบ “ส้ม – ระบบใหม่, แดง – เศรษฐกิจเร็ว และ น้ำเงิน – เสถียรภาพชีวิต” บนเส้นความเป็นจริง! “คำตัดสิน” ของคนไทย คือ สิ่งที่กำหนด “ทิศทางประเทศ” หลังวันเลือกตั้ง
ในสนามเลือกตั้ง! ที่กำลังเดินเข้าสู่ช่วง โค้งสุดท้าย! การแข่งขันของพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเสนอ “แพ็กเกจ” นโยบายรายเรื่อง…
หากแต่เป็น…การช่วงชิง “ความหมายของการบริหารประเทศ” ว่า…ในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนรุมเร้า! ทั้งจากเศรษฐกิจโลก, การพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยี, ภัยความมั่นคง และแรงเสียดทานทางการเมือง ฯลฯ
ประเทศไทย…ควรจะถูกนำพาเดินไปในทิศทางใด? และรัฐควรทำหน้าที่แบบไหน? กับชีวิตของประชาชนคนไทยเกือบ 70 ล้านคน!!!
ในบริบท การเลือกตั้งครั้งใหม่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้…ยิ่งทำให้คำถามดังกล่าว ดูจะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น!!!
เมื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนด “ไทม์ไลน์” ที่กระชับและรัดกุม! ทั้งการ…เปิดรับสมัครผู้สมัคร, การเลือกตั้งล่วงหน้า และการเลือกตั้งใหญ่ พร้อมกับการจัดประชามติในวันเดียวกัน
ส่งผลให้การหาเสียงของทุกพรรคการเมือง ไม่อาจพูดได้แค่…“นโยบายเฉพาะหน้า” ได้อีกต่อไป
แต่ทุกพรรคจะต้อง “เชื่อมโยง” แนวทางของตน มุ่งไปข้างหน้าเพื่อช่อมต่อให้เห็นถึงภาพอนาคต, โครงสร้างประเทศ และเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว…ควบคู่กันไปด้วย!!!
ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ “เส้นแบ่ง” เชิงยุทธศาสตร์! ของ 3 พรรคใหญ่….เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งท่าทีของ…ผู้นำพรรค, นโยบายที่ถูกหยิบยกสื่อสาร และกระแสตอบรับในสังคมไทย
โดยเฉพาะเมื่อ ผลสำรวจความคิดเห็น (โพล์) ของหลายสำนัก ต่างได้สะท้อนในทิศที่ตรงหรือสอดรับกัน ในทำนองว่า…ประชาชนจำนวนมากถึงร้อยละ 40 ยัง “ไม่ตัดสินใจเลือกพรรค” อย่างชัดเจน!!??
นั่นก็หมายความว่า…การเลือกตั้งรอบใหม่นี้ ยังคง “เปิดพื้นที่” ให้การโน้มน้าวเชิงความคิดของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เป็นมากกว่าการ “ระดมฐานเสียงเดิม” เหมือนในอดีต…
ฝั่ง พรรคประชาชน หรือที่สังคมคุ้นในชื่อ “พรรคส้ม” เลือกยืนบนโจทย์ที่ใหญ่ที่สุด! คือการ “เปลี่ยนระบบประเทศ”
พรรคเลือกจะเปิดตัวนโยบายกว่า 200 นโยบาย ผ่านเว็บไซต์ฯ แทนการใช้ห้องฮอลล์ใดๆ เปิดตัวและแถลงข่าวเหมือนกับพรรคอื่นๆ โดยเสนอ “ภาพของรัฐ” ที่จะต้องถูกออกแบบใหม่???
ตั้งแต่…โครงสร้างอำนาจ, กลไกราชการ, กติกาทางการเมือง ไปจนถึง…การนำเทคโนโลยี และ AI มาเป็นเครื่องมือจัดการประเทศ
ลดความเทอะทะ, เพิ่มความโปร่งใส และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ!
แนวทางนี้ สื่อสารกับ “คนรุ่นใหม่” และ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ที่เชื่อว่า…ปัญหาหลักของไทย ไม่ได้อยู่ที่นโยบายรายเรื่อง แต่อยู่ที่…โครงสร้างที่ล้าสมัยและไม่เป็นธรรม!!??
พรรคประชาชน จึงขาย “ความหวังของการเริ่มต้นใหม่” และ ภาพของประเทศที่ถูก “รีดีไซน์” จาก…ฐานราก แม้ต้องแลกกับ…แรงเสียดทานและความไม่แน่นอนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็ตาม
ในอีกขั้วหนึ่ง พรรคสีแดง…เพื่อไทย ยังคง รักษา DNA ทางการเมืองไว้อย่างเหนียวแน่น! ด้วยการเน้น “เร่งเครื่องเศรษฐกิจ” เป็นแกนกลางของการหาเสียง
นโยบายถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถาม “ปากท้อง” ของคนไทย! แบบตรงไปตรงมา ตั้งแต่…ค่าครองชีพ, ค่าไฟ ราคาพลังงาน, รายได้เกษตรกร ไปจนถึง…มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
พรรคเพื่อไทย “วางตัวเอง” เป็นคำตอบของคำถาม ที่ว่า…จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจฟื้นและเดินหน้าเร็วที่สุด? ภายใต้สมมติฐานว่า…เมื่อรายได้ดีขึ้น ความตึงเครียดทางสังคมและการเมืองจะคลี่คลายตามมา!!??
แนวทางนี้ ยัง “ทรงพลัง” ในหมู่ของคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการ “ผลลัพธ์” เชิงตัวเลขและความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้!…ในระยะสั้น!!!
ท่ามกลาง 2 แนวคิดใหญ่ ดังกล่าว ทว่า พรรคภูมิใจไทย ที่วันนี้ ถือ จำนวน “อดีต ส.ส.” ในมือมากที่สุด! ถึง 146 คน กำลังพยายาม “ปักหมุด” ตัวเอง! ในพื้นที่การนำเสนอตัวตนของพรรคฯ ได้แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน!
นั่นคือ…การเสนอภาพของ “การออกแบบระบบความมั่นคงของชีวิตคนไทย” มากกว่า…การเปลี่ยนระบบทั้งชุด หรือการเร่งเครื่องเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว!
ยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทย สะท้อนผ่านการสื่อสารที่พยายาม “ตอบโจทย์” ความรู้สึกของคนไทยในชีวิตประจำวัน ว่า…ประเทศต้องทำให้ประชาชน “อยู่รอด ปลอดภัย ไม่กลัว และเดินต่อได้”
ความมั่นคง ในกรอบคิดของ พรรคสีน้ำเงิน ไม่ได้หมายถึง…เรื่องทหารหรือชายแดนเพียงอย่างเดียว!
แต่ครอบคลุมตั้งแต่…ความมั่นคงทางปากท้อง, ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้, ความปลอดภัยจากอาชญากรรมและภัยไซเบอร์, ภัยพิบัติ, ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีสีเทา ไปจนถึงความเชื่อมั่นว่า…ประเทศจะไม่อ่อนแอในเวทีโลก!!??
พรรคจึงพยายาม “ร้อยนโยบาย” ด้านเศรษฐกิจ, สังคม, ความมั่นคง และพลังงาน เข้าด้วยกัน…ภายใต้กรอบเดียว นั่นคือ…
การลด “ความกลัว” และ “ความไม่แน่นอน” ในชีวิตของประชาชน!!!
ในเชิงการเมือง! นี่คือ…ความพยายามวางตัวเป็น “พรรคของเสถียรภาพ” ไม่ใช่ “พรรคแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ที่อาจมีความเสี่ยงสูง! ตามมาได้…
และไม่ใช่พรรคที่จะ “เดิมพัน” ทุกอย่าง! กับการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว?
หากแต่เป็น…พรรคที่ต้องการทำให้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ไม่สั่นคลอน! ท่ามกลางโลกที่ผันผวนจากเศรษฐกิจโลก, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
เมื่อมอง ภาพรวม…การแข่งขันของ 3 พรรคใหญ่ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการวัดว่า…ใครมีนโยบายมากกว่า แต่เป็นการให้ประชาชนเลือก “แบบของรัฐ” ที่ตนเองต้องการ
พรรคประชาชน เสนอ…รัฐที่กล้าเปลี่ยนโครงสร้าง
พรรคเพื่อไทย เสนอ…รัฐที่เร่งสร้างรายได้และตัวเลขเศรษฐกิจ
ขณะที่ภูมิใจไทย เสนอ…รัฐที่ทำหน้าที่ปกป้องและประคองชีวิตประชาชนให้มั่นคงในทุกมิติ
ท้ายที่สุด! คำตัดสินของคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง รวมกันทั่วประเทศราว 53-54 ล้านคน อาจไม่ได้อยู่ที่คำสัญญาที่หวือหวาที่สุด??? แต่อยู่กับความเชื่อ ที่ว่า…
พรรคใดสามารถพาประเทศผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ไปได้จริง!!!
ถึงบรรทัดนี้…“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ไม่ต้องจะ “ชี้นำ” หรือ “เชียร์” พรรคการเมืองไหน? อยากให้คนไทยได้เสพข้อมูลและข้อเท็จจริงในทางการเมืองให้มากที่สุด! ก่อนจะตัดสินใจหย่อนบัตรเลือกตั้งให้กับพรรคใด?
แต่ที่ต้องหยิบ “3 พรรคใหญ่” มาวิพากษ์ วิจารณ์ และวิเคราะห์ มิใช่เพราะ…รังเกียจพรรคขนาดกลาง และพรรคเล็ก แต่เพราะอารมณ์ของคนไทยในยามนี้ ให้น้ำหนักกับพรรคที่มีโอกาสจัดตั้งหรือเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่มากกว่า…
นั่นจึงเป็นเหตุผล…การมีตัวตนของบทความวิเคราะห์ข่าวเชิงกลยุทธ์ ชิ้นนี้…
เราไม่คิดจะรักเกียจ…พรรคขนาดกลาง และพรรคเล็ก เพราะต่อให้เป็นพรรคขนาดใหญ่ แต่หากใช้ เงินสกปรก จะเป็น…สีเทาหรือสีดำ เราก็ไม่เอาทั้งนั้น…
และอยากให้ คนไทย…ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้ง 53-54 ล้านคน ที่ในวันข้างหน้า “อำนาจ” จะไหลมาอยู่ในมือของพวกเรา ได้โปรดเลือก…คนที่ใช้ และพรรคที่ชอบ
อย่าได้เลือกเพราะ “รับเงินสกปรก!”
เพราะ การตัดสินใจที่ผิดพลาด! เพียงครั้งเดียว อาจ “ฉุดรั้ง” ให้สังคมไทย ได้กลับสู่…วังวนแห่งความเน่าเฟะ
ไหล “วนลูบ” มา “ฉุด!” ชีวิตและชะตากรรมของคนไทย ในตลอด 4 ปีข้างหน้า ก็เป็นได้!!!.






