สรรพสามิตตั้ง คกก.สอบปม ‘บิ๊ก’ โทรเคลียร์จับน้ำมันเถื่อน ดึง บก.ปปป.ร่วมจัดหนักทั้งวินัย-อาญา

ตั้งแล้ว! คกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปม “จนท.-บิ๊กสรรพสามิต” โทรเคลียร์รถขนน้ำมันเถื่อนถูกจับที่ประจวบคีรีขันธ์ เผย! เพื่อความเป็นธรรม เร่งประสาน บก.ปปป. ก่อนจัดหนัก! ด้าน “อธิบดีสรรพสามิต” กำชับสอบสวนให้รอบด้าน พร้อมลงโทษผู้กระทำความผิดทั้งวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด ส่วนน้ำมันของกลาง 1.5 หมื่นลิตร ระบุ! ยังไม่เสียภาษี ส่อถูกปรับ 10 เท่าตัว

วันที่ 8  มิ.ย.66 นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะ โฆษกกรมสรรพสามิต กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลัง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประจวบคีรีขันธ์ จับกุม นายสมบัติ อายุ 47 ปี ในความผิดฐาน ’มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี’ หรือ ’น้ำมันเถื่อน’ ได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.308 ขาเข้า  ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีรถบรรทุกน้ำมันดีเซล 15,000 ลิตร เป็นของกลางในคดี และมีการรายงานว่าภายหลังการจับกุมนายสมบัติ ได้มี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพสามิตรายหนึ่ง โทรศัพท์มาขอเจรจาไม่ให้ดำเนินคดีกับนายสมบัติ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่ยินยอม ปฏิเสธกลับไป นั้น

ขณะนี้ กรมสรรพสามิตได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงข้าราชการรายดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวานนี้ (7 มิ.ย.66) สำหรับการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าน้ำมันดีเซลของกลางทั้งหมดจำนวน 15,000 ลิตร ไม่มีหลักฐานการเสียภาษีสรรพสามิต  ถือว่าเป็นการครอบครองสินค้าที่ยังไม่ได้มีการเสียภาษีสรรพสามิต ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยมีโทษปรับสูงสุด 10 เท่าต่อไป

ส่วน เจ้าหน้าที่สรรพสามิตที่โทรมาขอเจรจา นั้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา และเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว กรมสรรพสามิตจึงได้ประสานงานไปยังกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูลเพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด และหากมีข้อมูลชี้ถึงผู้บริหารระดับสูง กรมฯ พร้อมนำข้อมูลหลักฐานดังกล่าวมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามระเบียบวินัยราชการโดยไม่มีข้อยกเว้น

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมฯมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกระดับ และจะนำข้อมูลที่ได้รับไปรวบรวมและวิเคราะห์เพื่อหามาตรการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และยับยั้งปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น ต่อไป.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password