• ศุกร์ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11:49 น.

กรมศุลฯ ยึดเต่าไซเตส 473 ตัว ซุกสินค้านำเข้า มูลค่า 1.44 ล้าน

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมศุลกากรสนธิกำลังหลายหน่วยงาน สกัดลักลอบนำเข้าเต่าคุ้มครองจากเม็กซิโก 473 ตัว ซุกในสินค้าสำแดงเป็นเข็มขัดหนัง มูลค่ากว่า 1.44 ล้านบาท ก่อนยึดของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กำชับให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายบูรณาการความร่วมมือ ตรวจเข้มการนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองทุกเส้นทาง

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร จึงสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า โดยเฉพาะการใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่านของขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

นายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรร่วมกับกรมประมง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และคลังสินค้าบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบสินค้านำเข้าจากประเทศเม็กซิโก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สินค้าดังกล่าวสำแดงประเภทเป็น “LEATHER BELTS” หรือเข็มขัดหนัง แต่ผลตรวจสอบกลับพบเต่าโคลน (Kinosternon spp.) จำนวน 461 ตัว และเต่ามัสก์เม็กซิกัน (Staurotypus spp.) อีก 12 ตัว รวม 473 ตัว มูลค่าประมาณ 1,443,000 บาท

เต่าทั้งสองกลุ่มเป็นสัตว์ป่าที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งควบคุมการค้าระหว่างประเทศเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการอยู่รอดของสัตว์ป่า

การนำเข้าสัตว์ป่าดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาตเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเต่าทั้งหมดเป็นของกลาง พร้อมส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการสกัดกั้นการลักลอบค้าสัตว์ป่าผ่านระบบขนส่งระหว่างประเทศ และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้านำเข้าที่อาจใช้เป็นช่องทางอำพรางการกระทำผิดกฎหมาย