คปภ.ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำป่า–ดินโคลนถล่มภูเก็ต เร่งตรวจสิทธิประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จ่ายความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือนตามเงื่อนไข พร้อมประเมินความเสียหายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม รวมคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท เปิดรับแจ้งผ่านออนไลน์และจุดบริการในพื้นที่
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) ร่วมกับสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ สำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชน หลังฝนตกหนักระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม 2569 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มหลายพื้นที่ โดยเฉพาะตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน ร้านค้า สถานประกอบการ และยานพาหนะ
สำนักงาน คปภ. ได้ประสานจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อดูแลผู้ประสบภัยให้ได้รับสิทธิตามกรมธรรม์อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญกับการลงทะเบียนขอรับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหารจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ตร่วมตรวจสอบความเสียหาย รับทราบอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิ และให้คำแนะนำขั้นตอนแจ้งเรียกร้องค่าสินไหม พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ตและบริษัทประกันภัยตรวจสอบข้อมูล เพื่อไม่ให้ผู้มีสิทธิตกหล่นจากระบบความคุ้มครอง
นายชูฉัตร กล่าวว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ สำหรับภัยอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยประชาชนไม่ต้องสมัครหรือชำระเบี้ยประกันภัยด้วยตนเอง
ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยสูงสุดอยู่ที่ 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีอุทกภัยแบ่งจ่ายเป็นสองระยะ คือ เงินเบื้องต้น 10,000 บาท และพิจารณาความเสียหายจริงเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 90,000 บาท ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 95,000 บาท ทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน มีสิทธิรับค่าสินไหมเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่ได้รับความคุ้มครอง วงเงินสูงสุดรวม 2 ล้านบาทต่อคน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับบ้านที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ต้องมีทะเบียนบ้านและข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยคุ้มครองความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายสามารถแจ้งเหตุผ่านเว็บไซต์ www.thainatcat.org, LINE Official Account: @ThaiNATCAT, ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ หากไม่มีสมาร์ตโฟนหรือไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยกรอกข้อมูลได้
การแจ้งผ่านระบบออนไลน์ให้ยืนยันตัวตนด้วยแอปพลิเคชัน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์ กรอกรายละเอียดเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหม พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย หากไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพเข้าสู่ระบบได้ จากนั้นจะตรวจสอบข้อมูล รวมถึงการตั้งอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตภัยพิบัติในช่วงเกิดเหตุ ก่อนพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์
เมื่อผ่านการตรวจสอบกรณีอุทกภัย จะจ่ายเงินเบื้องต้น 10,000 บาทให้เจ้าของบ้านผ่านพร้อมเพย์ หากไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งบัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินได้ ส่วนความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมจะเข้าสู่การประเมินในระยะที่สอง ภายในวงเงินคุ้มครองรวมสูงสุด 100,000 บาท
คปภ. ยังประสานบริษัทประกันภัยเร่งสำรวจความเสียหายตามกรมธรรม์อื่นที่ผู้ประสบภัยถืออยู่ ทั้งประกันภัยบ้าน อัคคีภัย ทรัพย์สิน และรถยนต์ เพื่อพิจารณาความคุ้มครองตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ รวมถึงกรณีความเสียหายเกินวงเงินประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ประชาชนคนไทยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหรือการเรียกร้องค่าสินไหม สามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account: @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”.


