ศุลกากรจับผู้โดยสารต่างชาติ 2 ราย เดินทางจากจาการ์ตา พบดอลลาร์สหรัฐมูลค่ากว่า 56 ล้านบาทซุกในสัมภาระรับนโยบายกระทรวงการคลังเข้มตรวจเงินข้ามแดน ป้องกันการลักลอบและความเสี่ยงฟอกเงินระหว่างประเทศ โจทย์ต่อจากนี้…ต้องตรวจสอบที่มา เจ้าของเงิน และปลายทาง ขยายผลให้ถึงผู้เกี่ยวข้อง

นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจค้นและจับกุมผู้โดยสารชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งเดินทางจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย พบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐมูลค่ากว่า 56 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสัมภาระ
การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่ให้กรมศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเงินบาท เงินตราต่างประเทศ และตราสารเปลี่ยนมือเข้า–ออกประเทศ เพื่อสกัดการลักลอบขนเงินข้ามแดน รวมถึง การกระทำที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินระหว่างประเทศ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และ นางนันท์ฐิตา ศิริคุปต์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดตรวจค้น โดยเฉพาะ การซุกซ่อนเงินมากับผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยาน พร้อมเฝ้าระวังและตรวจสอบผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ผอ.สันธนี ระบุว่า การกระทำของผู้โดยสารทั้งสองเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือละเลยการปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ฉบับที่ 6 กฎกระทรวงว่าด้วยการนำเงินตราและตราสารเปลี่ยนมือเข้า–ออกประเทศ พ.ศ. 2559 พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ผู้เดินทางสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้า–ออกประเทศไทยได้โดยไม่จำกัดจำนวน แต่หากเป็นธนบัตรหรือเหรียญที่มีมูลค่ารวมเกิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ขณะผ่านด่านศุลกากร ผู้ที่ต้องการสอบถามหลักเกณฑ์สามารถติดต่อสำนักงานและด่านศุลกากรทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1164
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มอง…ข่าวอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ชิ้นนี้ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์สดๆ มากถึงกว่า 56 ล้านบาทที่แอบซุกซ่อนข้ามแดน เป็นเหตุให้ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะการเคลื่อนย้ายเงินนอกช่องทางสถาบันการเงินอาจทำให้ติดตามเส้นทางได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เปิดเผยครั้งนี้ ยังไม่ระบุที่มา เจ้าของที่แท้จริง หรือวัตถุประสงค์ของเงิน จึงยังสรุปไม่ได้ว่า…เงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน
ดังนั้น การขยายผลต้องใช้หลักฐานพิสูจน์ว่า…เงินมาจากใคร? ใครเป็นผู้สั่งขน? และจะส่งต่อให้กับผู้ใด?
แนวทางที่ควรดำเนินการหลังจากนี้ ก็คือ การประสานข้อมูลระหว่าง….กรมศุลกากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานสืบสวนที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบคำให้การ เอกสารแหล่งที่มาของเงิน ประวัติการเดินทาง และผู้รับเงินปลายทาง
หากพบข้อบ่งชี้เชื่อมโยงความผิด ควรประสานหน่วยงานประเทศต้นทางเพื่อขยายผลถึงผู้จัดหาเงินและผู้ได้รับประโยชน์ โดยไม่หยุดการตรวจสอบเพียงผู้ถือกระเป๋า
สำหรับ มาตรการป้องกันระยะยาว หน่วยงานของรัฐควรบูรณาการร่วมเพื่อการพัฒนาระบบคัดกรองจากข้อมูลและพฤติการณ์เสี่ยง ควบคู่กับ การสื่อสารข้อกำหนดสำแดงเงินให้ชัดเจนหลายภาษา ตั้งแต่…ก่อนเดินทางจนถึงจุดผ่านด่าน พร้อมติดตามผลหลังจับกุมว่าแต่ละคดีขยายผลได้เพียงใด?
นั่นเพราะ…ประสิทธิภาพการสกัดเงินผิดกฎหมายต้องวัดทั้งการตรวจพบที่หน้าด่าน และความสามารถในการติดตามถึงต้นทางกับปลายทางของเงิน.




