ผบ.ตร.กำชับตำรวจตรวจตราบ้านเรือน จุดจอดรถ และศูนย์พักพิง ป้องกันโจรซ้ำเติมผู้ประสบภัย
รองโฆษก ตร.เตือนลักทรัพย์ในพื้นที่อุทกภัยเข้าข่ายเหตุฉกรรจ์ พร้อมแนะผู้ต้องอพยพป้องกันทรัพย์สินและแจ้งเหตุทันที
วันที่ 27 กันยายน 2569 พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักที่เสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยความปลอดภัยของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะ ผู้ที่จำเป็นต้องอพยพออกจากบ้านและอาจถูกมิจฉาชีพฉวยโอกาสลักทรัพย์
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและสั่งให้ตำรวจทุกกองบัญชาการเร่งช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำชับให้ ตรวจตราป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สิน โดยหากมีการ เปิดพื้นที่เป็นจุดจอดรถหรือศูนย์พักพิง ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และพิจารณาจัดจุดรับแจ้งเหตุใกล้พื้นที่ประสบภัยเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงตำรวจได้สะดวก
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เตือนว่า ผู้ที่ฉวยโอกาสลักทรัพย์ในสถานที่เกิดอุทกภัยอาจมีความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) ซึ่งกำหนดโทษจำคุก 1–5 ปี และปรับ 20,000–100,000 บาท
ทั้งนี้ การตั้งข้อหาและอัตราโทษในแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนตรวจพบ
สำหรับ ผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัย ทางตำรวจแนะนำให้ล็อกบ้าน นำเอกสารสำคัญและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไปด้วย ส่วนสิ่งของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ควรเก็บให้มิดชิดและยกขึ้นพ้นระดับน้ำ พร้อมขอให้ คนในชุมชนช่วยกันสอดส่องบ้านเรือนใกล้เคียง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นอันดับแรก
หากพบคนแปลกหน้าพายเรือหรือใช้ยานพาหนะตระเวนตามบ้านที่ถูกน้ำท่วมโดยไม่มีเหตุอันควร ให้จดจำรูปพรรณ ลักษณะยานพาหนะ และแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ ไม่ควรเข้าเผชิญหน้าด้วยตนเอง ผู้พบเหตุหรือถูกลักทรัพย์แจ้งได้ที่ 191 หรือ 1599 ส่วนผู้ต้องการความช่วยเหลือจากภัยพิบัติแจ้ง 1784 และกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669.

