• อังคาร 15 กันยายน 2569 เวลา 18:20 น.

‘ทีมสุดซอย’ เร่งล่าต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3 เจอโพรงลึกกว่า 5 เมตร

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

“ฐิติภัสร์” นำทีมตรวจน้ำมันรั่วพระราม 3 เบื้องต้นยังไม่พบรั่วจากท่อขนส่งโดยตรง แต่พบโพรงใต้ดินมีน้ำมันซึมเป็นระยะ ตรวจทะลวงพบลึกกว่า 5 เมตร เตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญใช้กล้องส่องสำรวจ 16 ก.ย. เร่งหาต้นทางน้ำมัน–โครงสร้างโพรงใต้ดิน ย้ำหากพบต้นตอหรือผู้เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด

น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน” เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันรั่วบริเวณถนนพระราม 3 ว่า จากการลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุในช่วงเย็นที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่พบว่าน้ำมันรั่วไหลออกมาจากท่อขนส่งน้ำมันโดยตรง แต่พบโพรงใต้ดินที่มีน้ำมันซึมออกมาเป็นระยะ

สำหรับการดำเนินการในวันนี้( 15 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำปนน้ำมันออกจากพื้นที่ พร้อมนำกระสอบทรายเข้าไปบล็อกบริเวณโพรงใต้ดิน ส่งผลให้การปนเปื้อนของน้ำมันลดลง

อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็น น.ส.ฐิติภัสร์ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครและทีมช่างของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยได้ทดลองนำกระสอบทรายที่ใช้บล็อกโพรงออก ก่อนใช้ท่อขนาดประมาณ 2 เมตรทะลวงลงไปในบริเวณโพรงใต้ดินที่พบการซึมของน้ำมัน

โดยผลการตรวจสอบพบว่า โพรงใต้ดินมีความลึกลงไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จนต้องนำไม้ไผ่มาต่อเพื่อใช้ตรวจสอบเพิ่มเติม และสามารถทะลวงลงไปได้ลึกกว่า 5 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างและเส้นทางของโพรงดังกล่าว เพื่อค้นหาต้นทางของน้ำมันที่ซึมออกมา

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานขอความช่วยเหลือจากบริษัท ซัสเทนเอเบิล โซลูชั่น จำกัด เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือเข้ามาตรวจสอบ โดยในวันพรุ่งนี้(16 ก.ย.69)จะนำอุปกรณ์ เช่น กล้องสำหรับส่องตรวจสอบภายในโพรง เข้าไปสำรวจโครงสร้างใต้ดิน เพื่อหาสาเหตุและต้นตอว่า น้ำมันที่รั่วซึมออกมานั้นมาจากแหล่งใด

“เราพยายามหาต้นตอและสาเหตุของน้ำมันรั่วให้ได้ เพราะหากทราบสาเหตุจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และหากเจ้าหน้าที่พบต้นตอหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง” น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว.

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงเร่งตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการปนเปื้อนและค้นหาต้นตอของน้ำมันรั่วโดยเร็วที่สุด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก