กนอ. สั่งระงับปรับพื้นที่จุดเกิดเหตุ หลังตรวจพบร่องรอยผิดธรรมชาติ–ถุงแอมโมเนียมไนเตรตและสายไฟ พร้อมกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่เด็ดขาด จี้ WHA ส่งหลักฐานใบอนุญาตใช้วัตถุระเบิด ขั้นตอนดำเนินงาน และแผนเยียวยาภายใน 7 วันทำการ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและสัญญาร่วมดำเนินงาน
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดหินภายในบริเวณพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีเสียงระเบิดส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนกระจายครอบคลุม 4 อำเภอในจังหวัดระยอง โดยเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 กนอ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบร่องรอยของแนวหินในลักษณะยาวตรงผิดธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่การทำงานด้วยการขุดเจาะหรือใช้หัวเจาะกระแทก (Breaker) รวมถึงพบถุงแอมโมเนียมไนเตรตและสายไฟในบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนประกอบของการระเบิดหิน จากข้อเท็จจริงดังกล่าว กนอ.จึงได้สั่งระงับการปรับพื้นที่ หรือการเตรียมพื้นที่ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับการทำลาย ขุดเจาะ ทำลายหิน ในพื้นที่โครงการฯ นับแต่นั้นจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และห้ามมิให้บุคคลใดเข้าพื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด โดยกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย
ล่าสุด กนอ. ได้มีหนังสือแจ้ง บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมส่งเอกสารหลักฐาน และจัดทำแผนเยียวยา โดยชี้แจงขอบเขตการพิจารณาอนุญาตของ กนอ.ว่าครอบคลุมการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการฯ ตามสัญญาร่วมดำเนินงานและกฎหมายที่ กนอ. มีอำนาจเท่านั้น ส่วนกิจกรรมปรับพื้นที่ ขุดดิน ถมดิน หรือการใช้วัตถุระเบิดทำลายหิน จะอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้พัฒนาฯ และผู้รับจ้างต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ให้แล้วเสร็จก่อนเข้าดำเนินการ
ทั้งนี้ กนอ.กำหนดให้บริษัทฯ เร่งจัดทำคำชี้แจงและจัดส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดให้ กนอ.ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยมีรายละเอียด 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวิธีปรับพื้นที่ทั้งหมดที่ดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่ขุดดิน ถมดิน จนถึงการทำลายหินและขนส่ง) 2.จัดส่งสำเนาคำขออนุญาตและใบอนุญาตต่าง ๆ เช่น การครอบครอง การขนส่ง การจัดเก็บ และการใช้วัตถุระเบิด จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง 3.ตรวจสอบและนำส่งรายงานผลกระทบต่อชุมชน พร้อมจัดทำแผนเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดแก่ชุมชน สภาพแวดล้อม และประชาชนโดยรอบ และ 4.ปฏิบัติตามกฎหมายแร่อย่างเคร่งครัด หากประสงค์จะนำหินไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเข้าข่ายใช้ประโยชน์จากแร่
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่สำรวจผลกระทบและรับฟังความคิดเห็นชุมชนโดยรอบเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ในรัศมี 1.1–8.86 กม. พบความเสียหายเพียง 1 จุด คือ บ้านเรือนประชาชนในระยะ 1.1 กม. ที่กระจกบานเกล็ดแตก ซึ่งได้ดำเนินการเปลี่ยนและติดตั้งทดแทนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผู้นำชุมชน หน่วยงาน และสถานศึกษาโดยรอบ ได้แก่ กำนันตำบลหนองละลอก, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4, ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านตัวอย่าง, วิทยาลัยเทคนิคบ้านค่าย, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง, อบต.หนองละลอก, โรงเรียนบ้านหนองละลอก และวัดสวนหลาว ระบุว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายพลุหรือยางรถระเบิดแต่ไม่พบความเสียหายต่อทรัพย์สิน ไม่กระทบการเรียนการสอน และไม่มีชาวบ้านร้องเรียน และ มีผู้ประกอบการโรงงานในพื้นที่ 8 บริษัท ร่วมสอบถามข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์และกลุ่มไลน์ Safety Club เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เพื่อดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที บริษัท ดับบลิวเอชเอฯ (WHA) ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานและเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนฉุกเฉินเฉพาะกิจ สำหรับรับแจ้งเหตุ ให้คำปรึกษา พร้อมทั้งติดตามและให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
“กนอ.จะนำข้อมูลหลักฐานที่ได้รับภายใน 7 วันทำการไปประกอบการตรวจสอบ แล้วจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและสัญญาร่วมดำเนินงานอย่างเคร่งครัดต่อไป โดยการกำกับ ควบคุม ดูแลการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมฯ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม มาตรการ EIA ของโครงการ กฎหมาย กนอ. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนและประชาชนโดยรอบพื้นที่”ผู้ว่าการ กนอ. กล่าว.

