สรรพสามิตร่วมลุยตรวจขบวนการกักตุนน้ำมัน ชี้ต้นตอวิกฤตดีเซลช่วงปิดฮอร์มุซ

ผู้บริหารกรมสรรพสามิตร่วมแถลงข่าว ผลตรวจสอบขบวนการ “ประวิงเวลา–กักตุนน้ำมัน” หลังพบผู้ค้าน้ำมันบางส่วนชะลอจำหน่ายและกักตุนหวังเก็งกำไรช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลน้ำมันดีเซลหายจากระบบกว่า 29 ล้านลิตร จนเกิดภาวะขาดแคลนหนัก เตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเด็ดขาดตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี

นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวกรณีตรวจสอบขบวนการ “ประวิงเวลา–กักตุนน้ำมัน” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ในช่วงวิกฤตการสู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างวันที่ 20–25 มีนาคม 2569 ตามสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมธุรกิจพลังงาน กรมการค้าภายใน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 บางส่วนที่มีสถานีบริการน้ำมันของตนเอง มีพฤติการณ์ประวิงเวลาการจำหน่ายและกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง

ผลการตรวจสอบของคณะทำงานตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี พบว่า แม้มีปริมาณน้ำมันในคลังเพียงพอ แต่ผู้ค้าน้ำมันบางส่วนชะลอการจ่ายน้ำมันออกจากคลังในช่วงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้น้ำมันดีเซลหายไปจากระบบสะสมกว่า 29.2 ล้านลิตร หรือคิดเป็นร้อยละ 20.2 ของปริมาณปกติ จนประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานีบริการขาดแคลนน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมกักตุนน้ำมันผ่านการขนส่ง โดยมีการประวิงเวลาเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่จำนวน 23 เที่ยว กักตุนน้ำมันรวม 50.8 ล้านลิตร และพบการขนส่งทางรถที่ไม่ระบุปลายทางจำนวน 662 เที่ยว คิดเป็นปริมาณน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร ซึ่งเชื่อมโยงกับพฤติกรรมกักตุนน้ำมันเพื่อรอจำหน่ายในช่วงที่สามารถทำกำไรได้สูง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างขยายผลการสืบสวน

ด้านรมว.ยุติธรรม ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ขาดธรรมาภิบาล และซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะดำเนินคดีในข้อหา “ประวิงการจำหน่าย” ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และข้อหาเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
งานแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569.






