DBD-DSI ลุยนอมินีต่างชาติ! ปูพรมเกาะสมุย-พะงัน จับจริงขบวนการแฝงฮุบธุรกิจไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึก DSI เปิดปฏิบัติการตรวจเข้มธุรกิจนอมินีต่างชาติ หลังพบพฤติกรรมตั้งก๊กก๊วนแสวงหาผลประโยชน์ผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ นำร่องเกาะสมุย-เกาะพะงัน สแกนกว่า 11,000 บริษัท พร้อมระดมกว่า 20 หน่วยงานร่วม “จับจริง” หวังสกัดการทำลายเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ (วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569) ได้เป็นประธานร่วมกับ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อหารือถึงสถานการณ์ ‘นอมินี’ ในประเทศไทย หลังพบธุรกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งมีลักษณะเข้าข่าย ‘นอมินี’ หลังจากเปิดปฏิบัติการสแกนข้อมูลบริษัทภายในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งพบความเป็นไปได้สูงที่จะมีบริษัทนอมินีอยู่เป็นจำนวนมากและหลากหลายรูปแบบ นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย (เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี) ว่ามีชาวต่างชาติบางคนรวมกลุ่มกันตั้งเป็นก๊กก๊วนแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากทรัพยากรของไทย และมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย/สังคม เป็นที่เอือมระอาของชาวบ้านในพื้นที่

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า DBD และ DSI จึงร่วมกันวางแนวทางการตรวจสอบบริษัทนอมินีอย่างเข้มข้น โดยเบื้องต้นทั้ง 2 หน่วยงานเห็นพ้องว่าจะโฟกัสไปที่ ‘เกาะพะงันและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี’ ก่อนเป็นลำดับแรก โดยนำข้อมูลบริษัทที่ได้สแกนอย่างละเอียดจำนวน 11,426 บริษัท มาจำแนกโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเป็น ‘บริษัทนอมนี’ ในระดับสูง กลาง ต่ำ และจะกำหนดระยะเวลาการตรวจสอบ โดยเริ่มจากบริษัทที่มีโอกาสสูงที่จะเป็นนอมินีก่อน และดำเนินการตรวจสอบไล่ลำดับลงไป แต่หากเกิดกรณีร้องเรียนจากภาคประชาชนที่บ่งชี้ถึงพฤติกรรมนอมินีอย่างชัดเจน ก็พร้อมส่งทีมปราบนอมินีตรวจสอบทันที ขณะเดียวกัน ก็จะประสานหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบด้วย โดยจะมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเข้มข้น ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสอบบริษัทนอมินีมีความรัดกุมและสามารถดำเนินคดีกับบริษัทนอมินีได้หลากหลายมิติ หลากหลายความผิด ซึ่งจะส่งผลต่อการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบนอมินีบนเกาะพะงันและเกาะสมุยครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้น ‘จับจริง’ และพร้อมนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษขั้นเด็ดขาดตามที่กฎหมายกำหนด โดยหวังว่าสถานการณ์นอมินีในประเทศไทยจะดีขึ้นตามลำดับ และนำความปกติสุขมาสู่ประชาชนในพื้นที่ 

ทั้งนี้ DBD และ DSI รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติการปราบปรามนอมินีเกาะพะงันและเกาะสมุย รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา หัวหิน โดยเร็ว ใช้ทุกสรรพกำลังของทุกหน่วยงานตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นนอมินี และนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษอย่างจริงจัง ‘นอมินี’ เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงทางธุรกิจของประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านการแข่งขัน การจัดเก็บรายได้ภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน การดำเนินธุรกิจผ่านนอมินีทำให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาครอบครองธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้โดยไม่เป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่สามารถแข่งขันด้านเงินทุน เทคโนโลยี และต้นทุนได้อย่างเท่าเทียม จนอาจนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและการปิดกิจการของคนไทยในระยะยาว

นอกจากนี้ ธุรกิจนอมินียังเป็นช่องทางสำคัญของการหลีกเลี่ยงภาษี การปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุน และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่โปร่งใส ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงินหรือธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อระบบกำกับดูแลของไทย อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยในเวทีระหว่างประเทศ เพราะสะท้อนถึงช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลภาคธุรกิจ ดังนั้น การตรวจสอบและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้มุ่งดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password