DSI จ่อเชือดคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ผิดหนักกักตุนน้ำมัน ซ้ำเติม ปชช.

โฆษกดีเอสไอ เตรียมลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ตรวจคลังกักตุนน้ำมัน อีกคดีพบหลักฐานมัดแน่นน้ำมันล่องหนกลางทะเล ยันรับโอนสำนวนเป็นคดีพิเศษ ไม่มีมวยล้ม
เมื่อวันที่18 เม.ย.69 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ รับคดีเกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษ 3 คดี ว่า 1.กรณีคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) รับเป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 เนื่องจากพบความผิดปกติ โดยเดือน ก.พ.69 คลังมีการจำหน่ายน้ำมัน 2.1 ล้านลิตร แต่เดือน มี.ค.69 กลับจ่ายน้ำมันเพียง 400,000 ลิตร ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งวานนี้ (17 เม.ย.) พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เข้าพบกับผู้บริหารกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอข้อมูลยืนยันจำนวนตัวเลขในคลังน้ำมันดังกล่าว จากนั้น วันที่ 20 เม.ย. จะลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง พร้อมโอนสำนวนจากตำรวจท้องที่มายังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
2.กรณีเรื่องอยู่ระหว่างสืบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ตำรวจ กรมธุรกิจพลังงาน และภาคีเกี่ยวข้อง เนื่องจากพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมัน 20 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร และปริมาณน้ำมันปลายทาง “มากกว่า” ต้นทาง โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหนังสือเรียกผู้บริหารบริษัทเรือขนน้ำมัน 8 บริษัท ที่เป็นเจ้าของเรือ 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยานพร้อมให้เวลารวบรวมเอกสารหลักฐาน คาดทยอยเข้าพบดีเอสไอ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เม.ย. ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
3.กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการตรวจสอบบริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.อ่างทอง โดยเมื่อวันที่17 เม.ย.69 กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.อ่างทอง ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง พลังงานจังหวัดอ่างทอง พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ตรวจสอบกรณีที่พบว่ามีการขายน้ำมันเกินราคา และขายน้ำมันที่ไม่ได้มาตรฐาน ในช่วงที่เกิดการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งทางตำรวจสอบสวนกลางกำลังดำเนินการ และมีการอายัดน้ำมัน จำนวน 2 ถัง ปริมาณกว่า 3 แสนลิตรเพื่อนำตัวอย่างไปตรวจสอบคุณภาพ แต่กลับพบว่ามีน้ำมันเพิ่มเติม จึงทำการอายัดอีกจำนวน 2 ถัง รวมกว่า 3.4 แสนลิตร และนำตัวอย่างไปตรวจสอบว่าเป็นตามคุณภาพที่ประกาศไว้หรือไม่ หากเข้าเงื่อนไขโดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม จะต้องส่งสำนวนรับมาเป็นคดีพิเศษต่อไป
“ส่วนความเชื่อมโยงบริษัทคลังน้ำมัน จ.อ่างทอง และบริษัทคลังน้ำมัน ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ แม้ชื่อผู้ถือหุ้นเป็นคนละกลุ่มกัน อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะต้องขยายผลเพิ่มเติม” โฆษก DSI กล่าว
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีตรวจสอบคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคดีพิเศษเพียง 1 คดี ส่วนอีก 2 คดีอยู่ระหว่างการสืบสวน หากพิจารณารับคดีเพิ่มเติมทั้ง 3 คดีจะแยกคดีพิเศษ เป็นคนละคดี ไม่ได้รวมคดีเป็นสำนวนเดียวกัน.






