ผลสำรวจชี้! ‘แบงก์ไทย’ ยังรับมือฟอกเงินข้ามธนาคารยาก

BioCatch เผย! ผลสำรวจผู้บริหารด้านป้องกันการทุจริตของธนาคารไทยชี้ว่า การตรวจจับเครือข่ายบัญชีม้าและการฟอกเงินที่เชื่อมโยงข้ามหลายสถาบันการเงินยังเป็นความท้าทายสำคัญ ขณะที่เกือบสองในสามมองว่าความพยายามฉ้อโกงต่อผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และหลายธนาคารเผชิญความสูญเสียจากการทุจริตปีละหลายล้านดอลลาร์
ผลสำรวจล่าสุดในกลุ่มผู้บริหารด้านการบริหารความเสี่ยง การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) รวมถึง ฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารในประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การตรวจจับเครือข่ายบัญชีม้าที่กระจายตัวอยู่ในหลายสถาบันการเงินยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบธนาคารไทย โดยผู้ตอบแบบสอบถามถึง 87% ยอมรับว่า ยังประสบปัญหาในการระบุตัวบัญชีม้า ขณะที่ ผู้บริหารระดับสูง 78% ระบุว่า ความสูญเสียจากการฉ้อโกงยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายโธมัส พีค็อก ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลเชิงลึกด้านการฉ้อโกงระดับโลกของ BioCatch กล่าวว่า ระดับความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่รายงานในประเทศไทยถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค โดยผู้นำระดับสูงของธนาคารไทยถึง 4 ใน 5 ระบุว่าองค์กรของตนสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 155 ล้านบาท และกว่า 55% ระบุว่าความสูญเสียรายปีสูงกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 310 ล้านบาท
รายงานยังชี้ว่า ผู้บริหารธนาคารไทยเกือบ 39% ประเมินว่ามาตรการป้องกันการฉ้อโกงที่ใช้อยู่ยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ โดยให้คะแนนเพียงครึ่งหนึ่งของระดับเต็ม ขณะที่มีเพียง 10% ที่ระบุว่าธนาคารกำลังยกระดับระบบป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม มากถึง 85% ระบุว่ากำลังศึกษาและเตรียมนำเทคโนโลยีหรือโซลูชันใหม่ ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว

ผลสำรวจยังพบว่า การโอนเงินแบบเรียลไทม์ถูกมองว่าเป็นช่องทางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกฉ้อโกง โดยผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 92% เห็นว่าการชำระเงินทันทีมีความเสี่ยงในระดับสูงหรือปานกลาง ขณะเดียวกัน 76% ของผู้นำภาคธนาคารระบุว่าโซลูชันด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานมีบทบาทสำคัญในการตรวจจับการทุจริต และกำลังถูกนำมาใช้หรืออยู่ระหว่างการพิจารณานำมาใช้ในระบบของธนาคาร
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 24% ระบุว่า สามารถตรวจสอบหรือสืบสวนคดีฉ้อโกงได้ครบถ้วนภายใน 1 วัน ขณะที่ 73% มองว่าความเสี่ยงต่อชื่อเสียงขององค์กรจากเหตุการณ์ทุจริตเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากกว่าความเสียหายทางการเงิน สะท้อนว่าปัญหาอาชญากรรมทางการเงินในยุคดิจิทัลกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของภาคการเงินไทยในระยะยาว.


