สมอ. บุกทลายคลังสินค้าย่านบางขุนเทียน ยึดหมวกกันน็อกเถื่อน-ปลอม มอก. กว่า 9,600 ใบ

สมอ. บุกทลายคลังสินค้าย่านท่าข้าม บางขุนเทียน หลังพบพฤติกรรมแสบ แอบซุกหมวกกันน็อกไร้มาตรฐานและปลอมเครื่องหมาย มอก. กว่า 9,600 ใบ มูลค่าความเสียหายทะลุ 2.7 ล้านบาท เตือนอันตรายถึงชีวิตหากใช้ของปลอม

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สมอ. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคลังสินค้าย่านท่าข้าม บางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบ พบหมวกกันน็อกไม่มีเครื่องหมาย มอก. จำนวน 7,971 ใบ และหมวกกันน็อกที่มีเครื่องหมาย มอก. จำนวน 1,662 ใบ เพื่อเตรียมจำหน่าย จึงได้ตรวจสอบข้อมูลจากชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตที่อยู่บนหมวกกันน็อก พบว่า หมวกกันน็อกดังกล่าวไม่ใช่ของผู้ได้รับใบอนุญาต ทำให้สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจจะเป็นการปลอมเครื่องหมาย มอก. จึงได้ยึดอายัดหมวกกันน็อกทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการรายดังกล่าวมีความผิดฐานนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายเอกนิติ กล่าวว่า คลังสินค้าดังกล่าวเคยถูกจับกุมเรื่องจุกนมไม่ได้มาตรฐานมาก่อนหน้า ต่อมามีการยื่นขออนุญาตนำเข้าอย่างถูกต้อง สมอ. จึงได้ดำเนินการถอนอายัดสินค้าที่ยึดไว้ แต่กลับพบว่ามีการนำเข้าหมวกกันน็อกไม่มีเครื่องหมาย มอก. มาจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ หาก สมอ. ตรวจพบว่าผู้ประกอบการรายดังกล่าวกระทำความผิดซ้ำซาก จะไม่มีการเปรียบเทียบปรับเหมือนความผิดอื่นที่ไม่ร้ายแรง แต่จะดำเนินคดีด้วยการส่งฟ้องศาลเพื่อให้ศาลพิจารณาลงโทษในลักษณะทั้งจำทั้งปรับ เพื่อให้เกิดความหลาบจำและต้องไม่กระทำอีก เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
สำหรับผู้บริโภค ขอย้ำเตือนก่อนซื้อหมวกกันน็อกทุกครั้ง เลือกที่มีเครื่องหมาย มอก. และอย่าลืมสแกน QR code บนตัวสินค้าเพื่อตรวจสอบชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ว่าตรงกับฉลากหรือไม่ หากไม่มีเครื่องหมาย มอก. ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า ไม่ตรงกับฉลาก ไม่มี QR code หรือราคาถูกผิดปกติ ไม่ควรซื้อมาใช้งานเพราะอาจเป็นสินค้าที่ไม่ผ่านการทดสอบความแข็งแรง ไม่มีความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งอันตรายจากการใช้หมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะไม่สามารถป้องกันแรงกระแทกบริเวณศีรษะได้
หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) น้ำหนักต้องไม่เกิน 2 กก. 2) สายรัดคางต้องแข็งแรง สายถักต้องนิ่ม ถักแน่น และมีความกว้าง ไม่น้อยกว่า 20 มม. และ 3) หากหมวกกันน็อก มีแผ่นบังลมติดฟิล์มกรองแสง ตั้งแต่ 50% จนถึงน้อยกว่า 80% ต้องระบุข้อความ “ใช้ในเวลากลางวันเท่านั้น” และ/หรือแสดงสัญลักษณ์ เพื่อประสิทธิภาพในการมองเห็น.






