6 ด. ‘สรรพสามิต’ จับสินค้าผิด กม.กว่า 1.8 หมื่นคดี ค่าปรับทะลุ 2.7 พันล. – ทลายต้นตอของเถื่อนจำนวนมาก

กรมสรรพสามิตโชว์ผลงาน 6 เดือนปีงบประมาณ 2568 เผย! สามารถปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย 18,254 คดี ประมาณการค่าปรับกว่า 2,705.22 ล้านบาท โดยมีคดีสุราเถื่อนนำมาอันดับหนึ่ง บุหรี่เถื่อนตามติดเป็นอัน 2 ด้าน “รมช.คลัง” ยกระดับ KPI มุ่งปราบ “คดีคุณภาพ” ทลายต้นตอนำเข้าบุหรี่เถื่อนพุ่งกว่า 47%

เมื่อช่วงสายวันที่ 4 เม.ย.2568 ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง พร้อมด้วย น.ส.กุลยา ตันติเตมิต อธิบดีกรมสรรพาสามิต และ คณะผู้บริหารกรมสรรพสามิต ร่วมแถลงข่าวผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ช่วง 6 เดือนแรก (1 ต.ค. 2567 – 31 มี.ค. 2568)

ทั้งนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวกรมสรรพสามิตสามารถปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึง การดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ รวมทั้งสิ้น 18,254 คดี สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.68%  คิดเป็นเงินค่าปรับ 402.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 2,705.22 ล้านบาท  โดยมีจำนวน คดีสุรามากที่สุด (46%) รองลงมาเป็น สินค้ายาสูบ (41.62%)

“การดำเนินงานของกรมสรรพสามิต นอกจากจะเน้นในมิติด้านการจัดเก็บรายได้นำส่งเข้ารัฐ การดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ดำเนินงานถูกกฎหมาย โดยมุ่งเน้นการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายและป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจำหน่ายในประเทศ ปกป้องคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน” รมช.คลัง ย้ำ

สำหรับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิต จำแนกเป็น

1. สุรา จำนวน 8,396 คดี ค่าปรับ 81.27 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 7.49 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 65,241.03 ลิตร และสุราต่างประเทศ 14,347.50 ลิตร

2. ยาสูบ จำนวน 7,597 คดี ค่าปรับ 217.68 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 2,675.08 ล้านบาท จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 298,002 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 2,122,273 ซอง

3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 707 คดี ค่าปรับ 24.23 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 4.61 ล้านบาท จำนวนของกลาง 686,650 ลิตร

4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 661 คดี ค่าปรับ 20.66 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.95 ล้านบาท จำนวนของกลาง 3,387 คัน

5. ไพ่ จำนวน 289 คดี ค่าปรับ 2.14 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 3.74 ล้านบาท จำนวนของกลาง 12,283 สำรับ

6. รถยนต์ จำนวน 145 คดี ค่าปรับ 22.85 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 9.67 ล้านบาท จำนวน ของกลาง 842 คัน

7. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำนวน 154 คดี ค่าปรับ 9.32 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.75 ล้านบาท จำนวนของกลาง 95,797 ขวด

8. เครื่องดื่ม จำนวน 108 คดี ค่าปรับ 4.25 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 0.20 ล้านบาท จำนวนของกลาง 49,406.132 ลิตร

9. แบตเตอรี่ จำนวน 137 คดี ค่าปรับ 19.54 ล้านบาท ประมาณการค่าปรับ 2.72 ล้านบาท จำนวนของกลาง 251,337 ก้อน

10. สินค้าอื่น ๆ จำนวน 60 คดี ค่าปรับ 0.76 ล้านบาท

นายเผ่าภูมิ กล่าวอีกว่า ได้ขอให้กรมสรรพสามิตเร่งรัดการดำเนินการตาม นโยบาย ‘Zero Tolerance: สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์’ โดยปราบปรามการกระทำผิดตามกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มงวด มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี โดยเฉพาะตามแนวชายแดนและช่องทางออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าสรรพสามิตและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ซึ่งผลการดำเนินการปราบปรามที่สูงขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมสรรพสามิตในการปราบปรามและดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่ายหรือครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต

ทั้งนี้ ตนได้กำชับให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายให้ถึงที่สุด และกำหนดให้เป็นดัชนีชี้วัดการดำเนินงาน (KPI) ของเจ้าหน้าที่ของกรมฯ โดยเฉพาะ การจับกุมใน “คดีคุณภาพ” ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกับหน่วยงานปราบปรามจากภายนอก สามารถจะเชื่อมโยงการจับกุมสินค้าผิดกฎหมาย นำไปสู่การขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก ถือเป็นการทำลายต้นตอการนำเข้าบุหรี่ลักลอบหนีภาษีที่ใหญ่ ทำให้เพิ่มสัดส่วนของ  “คดีคุณภาพ” ได้มากกว่า 47%

ด้าน อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการปราบปรามและสืบค้น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบการกระทำผิด ผ่านศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ของกรมสรรพสามิต นอกจากนี้ ยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภายนอก เพื่อปราบปรามและจับกุมขบวนการผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จับกุมผู้กระทำผิดพร้อมของกลางจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ กรมสรรพสามิตขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ทั้งนี้ หากพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1713 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.excise.go.th โดยกรมสรรพสามิตจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password