• ศุกร์ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 20:34 น.

BAFS แกร่ง Q2/69 กำไร 60.5 ลบ. โต 8% ปันผล 0.13 บาท/หุ้น

BREAKING NEWS INVESTMENT

BAFS GROUP แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้รวม 839.5 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก ดันกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7% อยู่ที่ 212.3 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล ครึ่งปีแรกที่ 0.13 บาทต่อหุ้น 10 กันยายนนี้

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสองของปี 2569 อุตสาหกรรมการบินยังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 เพิ่มขึ้นสูงกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายไตรมาสแรก ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายการบินจึงมีแนวโน้มบริหารกำลังการให้บริการอย่างระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19

แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกที่ทำให้ธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานชะลอตัว แต่ BAFS Group ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของรากฐานธุรกิจ บริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ BAFS Group มีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.07 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 6% และมี EBITDA จำนวน 402.2 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 BAFS Group มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 212.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.29 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 10% แม้ว่ารายได้รวม และ EBITDA จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กลุ่มบริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมลดลง 3% ส่งผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของผลการดำเนินงานงวดหกเดือนแรกของปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และให้กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569

สำหรับการต่อสัญญาการให้บริการน้ำมันอากาศยาน ณ สุวรรณภูมิ ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ล่าสุด บริษัทฯ ได้รับแจ้งจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ให้สามารถประกอบกิจการโครงการระบบให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อเนื่องจากสัญญาเดิม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมจนกว่ากระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่ของ ทอท. จะแล้วเสร็จ ซึ่งการต่ออายุการประกอบกิจการดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ลดความไม่แน่นอนจากการสิ้นสุดอายุสัมปทาน สร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ สามารถให้บริการแก่สายการบินและประชาชนผู้เดินทางได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ต่อไป.