เมย์แบงก์ชี้ SpaceX ระยะสั้นผันผวน แต่ระยะยาวยังน่าลงทุน

เมย์แบงก์ มองหุ้น SpaceX อาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้นจากระดับมูลค่าที่สูงและแรงขายทำกำไรหลังเข้าตลาด Nasdaq แต่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาวจากศักยภาพธุรกิจอวกาศ เทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ และเครือข่ายดาวเทียม Starlink พร้อมชี้ช่องทางลงทุนผ่านกองทุนและ DR ที่เกี่ยวข้อง

นายธรรณพ ชำนาญศิลป์ CFP® Vice President Investment Solution, บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า “แม้ SpaceX จะเป็นหุ้นแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมย์แบงก์ มองว่าการลงทุนควรพิจารณาทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ราคาหุ้นอาจเผชิญความผันผวนจากระดับ Valuation ที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยที่ราคา IPO หุ้น SpaceX มีอัตราส่วน Price-to-Sales (P/S Ratio) สูงถึงประมาณ 90–95 เท่า สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีอวกาศและธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ ขณะที่ Price-to-Book Value (P/BV Ratio) อยู่ราว 40 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม แม้หุ้น IPO ส่วนใหญ่จะมีช่วงเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) ประมาณ 6 เดือนหลังเข้าตลาด แต่สำหรับ SpaceX มีหุ้นประมาณ 5% ของหุ้น IPO ที่สามารถซื้อขายได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงขายทำกำไรในช่วงเริ่มต้นของการซื้อขาย”

ระยะสั้นระมัดระวัง แต่ระยะยาวยังมองบวกจากศักยภาพการเติบโต

เมย์แบงก์ มีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อทิศทางราคาหุ้น SpaceX ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขาย เนื่องจากความคาดหวังของตลาดที่สะท้อนผ่านราคาหุ้นในระดับสูงแล้ว อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SpaceX จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและศักยภาพในการสร้างธุรกิจแห่งอนาคต ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable Rockets) ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงธุรกิจ Starlink เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท

ในระยะยาว Maybank ยังมองว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับวงโคจร (Orbital Data Centers) อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ โดยสามารถต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยี AI และระบบข้อมูลระดับโลก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

คาด SpaceX ทยอยเข้าสู่ดัชนีสำคัญ เพิ่มโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนทั่วโลก

หลังจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ SpaceX มีแนวโน้มได้รับการบรรจุเข้าสู่ดัชนีสำคัญหลายรายการ โดยคาดว่าจะเข้าสู่ Nasdaq 100 ประมาณ 15 วันหลังเริ่มซื้อขาย ด้วยน้ำหนักราว 0.4–0.7% ของดัชนี ขณะที่ดัชนี MSCI USA และ MSCI World คาดว่าจะประกาศการบรรจุภายใน 1–3 วันแรก และมีผลภายในประมาณ 10 วัน แม้จะมีน้ำหนักในดัชนียังไม่มากในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังไม่สามารถเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ได้ในระยะอันใกล้ เนื่องจากยังไม่ผ่านเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ระยะเวลาการซื้อขายในตลาดอย่างน้อย 12 เดือน รวมถึงเงื่อนไขด้านผลกำไรและสัดส่วน Free Float

เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยมีส่วนร่วมกับการเติบโตของ SpaceX

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมกับการเติบโตของ SpaceX ปัจจุบันมีกองทุนที่มีการลงทุนในหุ้น SpaceX โดยตรง ได้แก่ กองทุน X-SPACE (กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง สเปซ อินโนเวเตอร์ อิควิตี้) ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX ประมาณ 7% (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569)

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังสามารถติดตามผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ดัชนีของ SpaceX ในระยะต่อไป ได้แก่ DR ที่อ้างอิง Nasdaq 100 ETF เช่น NDX01 และ QQQM19 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการลงทุนในหุ้น SpaceX หลังจากหุ้นเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 รวมถึงกองทุน A-JEDI (กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส) และ LHSPACE-A (กองทุนเปิด แอล เอช สเปซ อีโคโนมี ชนิดสะสมมูลค่า) ที่มีแนวโน้มทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX ภายในไตรมาส 3 ปี 2569

แม้ SpaceX จะเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดตัวหนึ่งของโลกในเวลานี้ แต่ Maybank แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาการลงทุนบนพื้นฐานของระดับราคา ความเสี่ยง และระยะเวลาการถือครอง โดยมองว่าระยะสั้นอาจมีความผันผวนจากแรงขายและ Valuation ที่สูง แต่ในระยะยาว SpaceX ยังคงเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอวกาศ การสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของโลกในอนาคต.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password