• พุธ 16 กันยายน 2569 เวลา 12:18 น.

เช็คด่วน! บก.อัพเดท ‘ใช้จ่ายบัตรสวัสดิการ’ เดือน ธ.ค.66 ให้แล้ว

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

กรมบัญชีกลาง (บก.) อัปเดตสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำเดือนธันวาคม 2566 เผย! รายละเอียดผู้ถือบัตรฯใช้จ่ายอะไรได้บ้าง (วงเงินซื้อสินค้า, ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม, ค่าโดยสารสาธารณะ, เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ, เงินเพิ่มผู้พิการ)

นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิจะสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนธันวาคม 2566 จะได้รับสิทธิ ดังนี้

วันที่ 1 ธันวาคม 2566 (เป็นวงเงินสิทธิไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)

 – วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน 

**สำหรับผู้มีสิทธิที่ยืนยันตัวตนวันที่ 27 ตุลาคม – 26 พฤศจิกายน 2566 และเริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 ธันวาคม 2566 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง ยกเว้น ผู้ผ่านสิทธิรอบอุทธรณ์ (เพิ่มเติม) ครั้งที่ 2 จะได้รับการทบสิทธิวงเงินค่าซื้อสินค้า 8 เดือน (ของเดือนเมษายน – พฤศจิกายน 2566) รวมจำนวน 2,400 บาท

 วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (ตุลาคม – ธันวาคม 2566) 

 – วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน ประกอบด้วย บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL/EBM) และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิหรือบัญชีเงินฝากธนาคารร่วมกับบุคคลอื่นหรือบัญชีบุคคลอื่น ที่ผู้มีสิทธิได้ยื่นหนังสือให้ความยินยอมไว้แล้ว) ที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด

เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ในอัตรา 100 บาทต่อเดือน (ตั้งแต่เดือนเมษายน – กันยายน 2566) เฉพาะรายการแก้ไขการโอนเงินไม่สำเร็จ และผู้มีสิทธิที่ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม

**สำหรับผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เกิดก่อนวันที่ 1 กันยายน 2506 และยืนยันตัวตน (e-KYC) ภายในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ผูกบัญชีพร้อมเพย์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท)

เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน 

  **สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน ที่ยืนยันตัวตนวันที่ 27 ตุลาคม – 26 พฤศจิกายน 2566 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง ยกเว้น ผู้ผ่านสิทธิรอบอุทธรณ์ (เพิ่มเติม) ครั้งที่ 2 จะได้รับการทบสิทธิเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ (ของเดือนเมษายน – พฤศจิกายน 2566) ตามเดือนที่ได้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท 

ทั้งนี้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ” โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าว.