• อังคาร 27 ตุลาคม 2569 เวลา 12:57 น.

ธุรกิจใหม่ 9 เดือนพุ่ง 6.8 หมื่นราย แต่ยอดเลิกกิจการเพิ่ม 16%

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย 9 เดือนปี 69 จดทะเบียนใหม่ 68,286 ราย เพิ่ม 1.40% ธุรกิจออนไลน์ ร้านอาหาร และเสื้อผ้าเติบโตเด่น ขณะที่ยอดเลิกกิจการเพิ่ม 16.05% ทุนจดทะเบียนเลิกพุ่ง 76% สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังเผชิญแรงกดดัน

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์ การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ประจำเดือนกันยายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,088 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (7,913 ราย) เพิ่มขึ้น 175 ราย คิดเป็น 2.21% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกันยายน 2568 (8,156 ราย) ลดลง 68 ราย คิดเป็น 0.83%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 21,742 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (16,811 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 4,931 ล้านบาท คิดเป็น 29.33% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) เดือนกันยายน 2568 (19,867 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,875 ล้านบาท คิดเป็น 9.44%

ทั้งนี้ มีนิติบุคคลจำนวน 3 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท รวมมูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ทั้งสิ้น 6,042 ล้านบาท ได้แก่ 1) บริษัท เอสเอเอ โนวา จำกัด ประกอบกิจการค้าเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 4,042 ล้านบาท 2) บริษัท ทะเลดาว จำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และ 3) บริษัท รามบุตรี รุ่งเรือง จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการเกี่ยวกับที่พักอาศัย โรงแรม สถานที่พักตากอากาศ ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท

การจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) มีจำนวน 68,286 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (67,345 ราย) เพิ่มขึ้น 941 ราย คิดเป็น 1.40%

ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ช่วง 9 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 203,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (214,214 ล้านบาท) ลดลง 10,814 ล้านบาท คิดเป็น 5.05%

เมื่อวิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) ได้แก่ 1) ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 2,039 ราย เพิ่มขึ้น 661 ราย    คิดเป็น 47.97% (YoY) ทุนจดทะเบียน 3,251 ล้านบาท 2) ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 3,343 ราย เพิ่มขึ้น 543 ราย คิดเป็น 19.39% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 6,311 ล้านบาท และ 3) ร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 843 ราย เพิ่มขึ้น 399 ราย คิดเป็น 89.86% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,126 ล้านบาท

การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนกันยายน 2569 มีจำนวน 2,365 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (2,244 ราย) เพิ่มขึ้น 121 ราย คิดเป็น 5.39% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกันยายน 2568 (2,150 ราย) เพิ่มขึ้น 215 ราย คิดเป็น 10%

ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 8,072 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนสิงหาคม 2569 (7,035 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,037 ล้านบาท คิดเป็น 14.74% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) กับเดือนกันยายน 2568 (5,556 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2,516 ล้านบาท คิดเป็น 45.28%

การจดทะเบียนเลิกช่วง 9 เดือนของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) มีจำนวน 13,785 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (11,879 ราย) เพิ่มขึ้น 1,906 ราย คิดเป็น 16.05%

ทุนจดทะเบียนเลิกช่วง 9 เดือนของปี 2569 สะสมอยู่ที่ 120,740 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (68,590 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 52,150 ล้านบาท คิดเป็น 76.03%

(ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,118,362 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.96 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,019,431 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 24.29 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 815,706 ราย คิดเป็น 80.01% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 18.22 ล้านล้านบาท  ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 202,206 ราย คิดเป็น 19.84% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,519 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.63 ล้านล้านบาท

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่มากที่สุดคือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 555,335 ราย ทุนจดทะเบียน 14.36 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 334,514 ราย ทุนจดทะเบียน 2.61 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 129,582 ราย ทุนจดทะเบียน 7.33 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.48% 32.81% และ 12.71% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

กล่าวโดยสรุปจากสถิติการจดทะเบียนธุรกิจในข้างต้นพบว่า การเติบโตของนิติบุคคลไทยยังคงอยู่ระหว่างการเริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการพลิกผันอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ ได้รับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจาก ‘โครงการไทยช่วยไทยพลัส’ ของรัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นการใช้จ่ายที่เห็นผลเชิงบวกอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ กรมฯ ขอให้ผู้ประกอบการไทยติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ระหว่างประเทศอาจส่งผลให้ราคาพลังงานและทองคำในตลาดโลกสูงขึ้น พร้อมปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับ  4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารหนี้ให้เหมาะสมกับรายได้  2) นำเทคโนโลยีและช่องทางดิจิทัลมาใช้พัฒนาการขายออนไลน์ และใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ 3) สร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ พัฒนามาตรฐาน และสร้างประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อ แบรนด์เพื่อแข่งขันได้มากกว่าการใช้ราคาเป็นปัจจัยหลัก และ 4) การบริหารความเสี่ยงและกระจายตลาด พร้อมประเมินแผนธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการติดตามมาตรการภาครัฐและกระทรวงพาณิชย์โดยการนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการลดภาระ ค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายซึ่งจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาสนับสนุน ช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจอย่างยั่งยืน อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าว

กรมได้วิเคราะห์การจดทะเบียนธุรกิจประจำเดือนกันยายน 2569 การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนกันยายน 2569 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ จำนวน 8,088 ราย เพิ่มขึ้น 175 ราย คิดเป็น 2.21% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (ส.ค.69) และลดลง 68 ราย คิดเป็น 0.83%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ก.ย.68) โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน21,741.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,931.33 ล้านบาท   คิดเป็น 29.33% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (ส.ค.69) และเพิ่มขึ้น 1,874.89 ล้านบาท คิดเป็น 9.44%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ก.ย.68)

ทั้งนี้ การเติบโตของธุรกิจในเดือนนี้มีการกระจายตัวในทุกประเภทธุรกิจ โดยประเภทธุรกิจที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 575 ราย ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 416 ราย และ ธุรกิจขายปลีกอินเทอร์เน็ต จำนวน 273 ราย คิดเป็นสัดส่วน 7.11%5.14% และ 3.38% จากจำนวนการจัดตั้งธุรกิจในเดือนกันยายน 2569 ตามลำดับ

ขณะที่ จำนวนการจดทะเบียนเลิก ในเดือนกันยายน 2569 มีจำนวน 2,3665 ราย เพิ่มขึ้น 121 รายคิดเป็น 5.39% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (ส.ค.69) และเพิ่มขึ้น 215 ราย คิดเป็น 10.00% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ก.ย.68) โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน8,072.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,036.88 ล้านบาท คิดเป็น 14.74% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (ส.ค.69) และเพิ่มขึ้น 2,515.80 ล้านบาท คิดเป็น 45.28%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ก.ย.68)

ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งในช่วง 9 เดือนของปี 2569 (ม.ค. – ก.ย.)มีจำนวนทั้งสิ้น 68,286 ราย เพิ่มขึ้น  941 ราย คิดเป็น 1.40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.ย. 2568) โดยภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนของนโยบายรัฐบาลอย่างไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำมาใช้ลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการใช้จ่ายฐานราก

อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงคราม ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเชื้อเพลิง พลังงาน และทองคำที่มีราคาพุ่งทะยานในตลาดโลกจากผลกระทบของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการเร่งนำเข้าสินค้าทุน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร เพื่อนำมาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่อย่าง Data Center และเทคโนโลยี AI ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันต่อไป.