• พุธ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 19:13 น.

พาณิชย์งัด 3 มาตรการ สกัดค่าครองชีพพุ่ง

BREAKING NEWS ECONOMY

ปลัดพาณิชย์ เฝ้าระวังต้นทุนพลังงานสูงกระทบราคาสินค้า เดินหน้า 3 มาตรการเชิงรุก คุมราคาสินค้าจำเป็น เปิดจุดขายธงฟ้า 3,036 แห่งทั่วประเทศ ผนึกเอกชนลดราคากว่า 4,223 รายการ สูงสุด 78% หวังลดภาระประชาชนและรักษากำลังซื้อระยะยาว

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากหลายปัจจัยทั้งปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความกังวลต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ ขณะที่ประเทศไทยแม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งเช่นเดียวกัน แต่ยังมีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากประเทศในยุโรป และแรงกดดันด้านราคายังไม่กระจายตัวเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและกระทบกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป จึงให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแนวทางรับมือเชิงรุก เพื่อดูแลค่าครองชีพและบรรเทาภาระประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าประชาชนยังคงเผชิญภาระค่าครองชีพจากราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าและบริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงได้ติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังการส่งผ่านต้นทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในระยะต่อไป

ปลัดพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “บทเรียนจากประเทศในยุโรปสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขเงินเฟ้อ แต่เป็นผลจากแรงกดดันหลายด้านที่สะสมและซ้อนทับกัน ทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนความไม่พอใจต่อคุณภาพบริการสาธารณะและนโยบายภาครัฐ จนส่งผลให้ปัญหาทางเศรษฐกิจขยายตัวเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพทางสังคม ขณะที่ประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานและบริบททางเศรษฐกิจที่แตกต่างออกไป โดยภาพรวม แรงกดดันด้านราคาสินค้าและบริการยังอยู่ในวงจำกัดประกอบกับภาครัฐมีกลไกและมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ไม่ประมาทต่อความเสี่ยง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่อาจส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในระยะยาว จึงให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก การติดตามและประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ตลอดจนการกำหนดมาตรการรับมืออย่างตรงจุด เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง”

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้วางแนวทางรับมือค่าครองชีพทั้งระยะเร่งด่วนและระยะต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ (1) การกำกับดูแลราคาสินค้าเชิงรุก โดยติดตามโครงสร้างต้นทุนและราคาสินค้าจำเป็นตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมหารือผู้ผลิตรายใหญ่และห้างค้าปลีกค้าส่ง ขอความร่วมมือชะลอการปรับราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ยังมีต้นทุนเดิม ควบคู่กับการติดตามปริมาณสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ และมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา

(2) การเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” จัดจำหน่ายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัด 3,036 จุดทั่วประเทศ ในช่วงนำร่อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ประมาณ 200 ล้านบาท และ

(3) การผนึกกำลังภาคเอกชนลดภาระประชาชน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ 27 ราย ลดราคาสินค้าและบริการกว่า 4,223 รายการ สูงสุดร้อยละ 78 ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพสู้วิกฤตน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้สามารถฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพาณิชย์พร้อมเพิ่มมาตรการในการติดตามต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง วิเคราะห์ผลกระทบต่อสินค้าแต่ละประเภท และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและชะลอการส่งผ่านภาระไปยังผู้บริโภค ควบคู่กับการใช้กลไกกำกับดูแลราคาสินค้าตามกฎหมายและการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพประชาชนกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าและกำลังซื้อของประชาชนในระยะยาว

“กระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าดูแลปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเต็มกำลังตามศักยภาพโดยไม่รอให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวเป็นวงกว้าง แต่จะใช้ทุกกลไกที่มีในการติดตาม ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ คือ ลดภาระค่าครองชีพและสร้างความสมดุลทางการค้า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ การกระจายรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังให้เห็นผลเป็นรูปธรรม” ปลัดพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.