• อาทิตย์ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 18:40 น.

‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เงินสะพัด 2.68 หมื่นล้าน

BREAKING NEWS ECONOMY

รัฐบาลเผยยอดใช้จ่าย “ไทยช่วยไทย พลัส” แตะ 26,809 ล้านบาท ประชาชนกดรับสิทธิ 26.74 ล้านราย ร้านค้าผ่านตรวจสอบกว่า 1.19 ล้านราย หวังเพิ่มกำลังซื้อ – กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ย้ำติดตามการใช้จ่ายต่อเนื่อง ให้มาตรการร่วมจ่ายช่วยลดค่าครองชีพและหนุนเศรษฐกิจชุมชน

เมื่อช่วงสายวันนี้ (18 ตุลาคม 2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 ของรัฐบาลว่า ข้อมูล ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. มีประชาชนกดรับสิทธิทั้งสิ้น 26,740,565 ราย และมีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,191,936 ราย สะท้อนการเข้าร่วมของประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้โครงการช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ และกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและเศรษฐกิจชุมชน

สำหรับ ยอดใช้จ่ายสะสมผ่านโครงการมีมูลค่ารวม 26,809.2 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 15,557.9 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 11,251.3 ล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านการซื้อสินค้าและบริการ ช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของประชาชนควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

เมื่อจำแนกตามช่องทาง พบว่า การใช้จ่ายผ่านบริการ Food Delivery มีมูลค่ารวม 1,159.9 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐบาลร่วมจ่าย 668.2 ล้านบาท และประชาชนใช้จ่าย 491.7 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่ายผ่านร้านค้าอื่น ๆ มีมูลค่ารวม 25,649.3 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐบาลร่วมจ่าย 14,889.7 ล้านบาท และประชาชนใช้จ่าย 10,759.6 ล้านบาท

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลกว่า 1.19 ล้านราย เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้มาตรการเข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และธุรกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลไกกระจายรายได้และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก

ทั้งนี้ การลงทะเบียนรับสิทธิของประชาชนสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยมียอดประชาชนกดรับสิทธิรวม 26,740,565 ราย รัฐบาลจะติดตามผลการใช้จ่ายและการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึง

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยยอดใช้จ่ายสะสมกว่า 26,800 ล้านบาท สะท้อนการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผ่านโครงการ และการมีส่วนร่วมของประชาชนและร้านค้าจำนวนมาก รัฐบาลมุ่งหวังให้เม็ดเงินดังกล่าวช่วยเพิ่มรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กระตุ้นการจับจ่ายสินค้าและบริการ และสนับสนุนการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในชุมชน” น.ส.ลลิดา กล่าว ก่อนจะเพิ่มเติมอีกว่า…

รัฐบาลจะติดตามการดำเนินมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การใช้จ่ายเป็นไปตามหลักเกณฑ์และบรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการเสริมสภาพคล่องให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง.