ครม.ไฟเขียวสินเชื่อ ธอส. ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ วงเงิน 50,000 ล้านบาท หนุนผู้มีรายได้น้อย–ปานกลางมีบ้านกู้สูงสุด 3 ล้านบาท ผ่อนนานไม่เกิน 40 ปี ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.6–2.8% ตามเกณฑ์รายได้ เปิดรับคำขอ 15 ต.ค.นี้ คาดสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทะลุ 1.2 แสนล้านบาท ช่วยขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถเข้าถึงสินเชื่อและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน
ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชน ขณะที่ ปัจจุบันยังมีผู้สนใจยื่นคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โครงการดังกล่าวจึงเป็นการรองรับความต้องการมีบ้านของประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS กำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีแรก แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ ผู้กู้กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ คิดอัตราดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี และ ผู้กู้กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ คิดอัตราดอกเบี้ย 2.6% ต่อปี โดยให้วงเงินสินเชื่อต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี
ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่ ธอส. กำหนด
นายวินิจกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับศักยภาพ ควบคู่กับการสร้างเสถียรภาพและยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เข้มแข็ง สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต รวมถึงส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่า การดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท.

