กรมการค้าภายในเร่งเชื่อมผลผลิตจากแหล่งปลูกเข้าสู่ตลาด หลังฝนหนัก–น้ำท่วมดันผักขาดช่วง ล่าสุดหลายรายการเริ่มปรับราคาลง เตรียมรับดีมานด์เทศกาลกินเจ 9–18 ต.ค. พร้อมคุมป้ายราคา–สกัดฉวยโอกาส และจัด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” ลดสินค้าเจสูงสุดกว่า 50%

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ผักสดในขณะนี้ว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่เพาะปลูก ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกสำคัญทั้งในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่มีฝนตกต่อเนื่อง ก็ได้รับผลกระทบด้านคุณภาพและเกิดความเสียหายต่อผลผลิตบางส่วน โดยเฉพาะผักใบ นอกจากนี้ การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นยังส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและเป็นปัจจัยให้ราคาผักบางรายการปรับตัวสูงขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว กรมการค้าภายในได้เร่งบริหารจัดการด้านปริมาณผัก โดยประสานเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ระบบตลาดและช่วยให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ราคาที่ ตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นแหล่งกระจายผักรายใหญ่ พบว่า ราคาขายส่งผักบางรายการเริ่มมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยปรับสูงขึ้นในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ กะหล่ำปลีเขียว จากราคาสูงสุด 12 บาท/กก. ปัจจุบันอยู่ที่ 8 บาท/กก. พริกจินดาเขียว จาก 70 บาท/กก. เหลือ 42 บาท/กก. พริกจินดาแดง จาก 50 บาท/กก. เหลือ 40 บาท/กก. ผักกาดขาว (ลุ้ย) จาก 18 บาท/กก. เหลือ 17 บาท/กก. และ โหระพา จาก 170 บาท/กก. เหลือ 150 บาท/กก. สะท้อนว่าปริมาณผักที่เข้าสู่ตลาดเริ่มมีมากขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ราคาผ่อนคลายลง
ส่วนราคาผักบางรายการ โดยเฉพาะ กลุ่มผักใบและลำต้นอ่อน อาทิ ต้นหอมและใบกะเพรา แม้ราคาจะเริ่มปรับลดลงจากระดับสูงสุด โดยต้นหอมจาก 150 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. และใบกะเพราจาก 150 บาท/กก. เหลือ 120 บาท/กก. แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ ผักบุ้งจีน อยู่ที่ 100 บาท/กก. และ ผักบุ้งไทย อยู่ที่ 32 บาท/กก. โดยเริ่มทรงตัวในช่วงวันที่ 3–4 ต.ค. ส่วน ผักกาดขาว (ลุ้ยจีน) ทรงตัวที่ 13 บาท/กก. ขณะที่ ใบแมงลัก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 140 บาท/กก. เนื่องจากได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแหล่งผลิตหลัก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

ในส่วนของการกระจายผลผลิตจากพื้นที่น้ำท่วมขัง กรมการค้าภายในได้ติดตามอย่างใกล้ชิด หากพบจุดใดมีปัญหาหรือมีอุปสรรคต่อการนำผลผลิตเข้าสู่ตลาด จะประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความพร้อมเข้าไปช่วยแก้ไข เพื่อให้ผักสามารถขนส่งและกระจายเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเข้าสู่เทศกาลกินเจ ซึ่งความต้องการผักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ด้วยเหตุนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งแก้ไขปัญหา โดยกรมจะเพิ่มการเชื่อมโยงผักเข้าสู่ระบบตลาดให้เพียงพอกับความต้องการ ตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาเพื่อให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา และตรวจสอบเครื่องชั่งเพื่อป้องกันการเอาเปรียบด้านน้ำหนัก พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเทศกาลกินเจปี 2569 กรมการค้าภายในเตรียมจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม” โดยร่วมกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีก–ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด พร้อมจัดโปรโมชั่น วัตถุดิบเจและเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในจะยังคงติดตามสถานการณ์ผักอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณ ราคา และการกระจายผักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้มีผักและสินค้าเพียงพอต่อความต้องการและกระจายถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน และปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน
กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้าและค่าบริการ มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 29 หากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเครื่องชั่ง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569.

