• ศุกร์ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 19:52 น.

นายกฯ ชู 3 หลัก ดันไทยสู่ ‘Zero Corruption’

BREAKING NEWS ECONOMY HEADLINE NEWS

ปิดโอกาสโกง–เปิดทางตรวจสอบ–ปิดช่องใช้อำนาจช่วยพ้นผิด” ย้ำมาตรฐานเดียวถึงรัฐบาล
ตั้งเป้าคนสุจริตไม่เสียเปรียบ ธุรกิจไม่ซื้อเส้นต้องแข่งขันได้–ข้าราชการปฏิเสธคำสั่งมิชอบต้องได้รับคุ้มครอง

.

วันนี้ (1 ต.ค. 69) เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk “Zero Corruption: From Policy to Action” หัวข้อ “รัฐบาลกับการขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ Zero Corruption และการเติบโตอย่างยั่งยืน”ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

.นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศเฉพาะจากการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อภาครัฐ ผู้ประกอบการต่อการแข่งขัน และนักลงทุนต่อกติกาของประเทศ เมื่ออำนาจรัฐถูกใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ย่อมกระทบต่อหลักนิติรัฐและธรรมาภิบาล ซึ่งเป็น “ทุนความเชื่อมั่น” ของประเทศที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน แต่ต้องสร้างจากการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

.นายกฯ จึงย้ำว่า การปราบคอร์รัปชันของรัฐบาลต้องมีหลักชัดเจน คือ “ปิดโอกาสโกง เปิดโอกาสตรวจสอบ และปิดทางที่ใครจะใช้อำนาจช่วยให้พ้นผิด” โดยหลักการดังกล่าวต้องใช้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีด้วย ทั้งการเปิดเผยผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง การถอนตัวจากการตัดสินใจเมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน และการยอมรับการตรวจสอบตามมาตรฐานเดียวกับทุกคน พร้อมระบุว่าทั้ง 3 หลักมีเป้าหมายเดียวกัน คือ “Zero Corruption” และทำให้คนสุจริตไม่เสียเปรียบ โดยคนที่ไม่จ่ายสินบนต้องได้รับบริการตามสิทธิ ธุรกิจที่ไม่ซื้อเส้นสายต้องสามารถแข่งขันได้ และข้าราชการที่ปฏิเสธคำสั่งมิชอบต้องได้รับความคุ้มครอง

.นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมให้ประชาชนติดตามและประเมินผลจากผลงานว่า โอกาสการทุจริตในระบบราชการลดลงหรือไม่ การตรวจสอบดำเนินไปได้ดีขึ้นหรือไม่ และเมื่อพยานหลักฐานไปถึงผู้มีอำนาจ รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตรงไปตรงมาหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าวร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ความสุจริตเป็นกติกาที่ใช้ได้จริง และให้คนที่ทำถูกต้องมีโอกาสก้าวหน้าในประเทศไทยที่ปลอดการคอร์รัปชันต่อไป.