• พฤหัสบดี 1 ตุลาคม 2569 เวลา 18:37 น.

ไทยขยับอันดับ 44 ดัชนีนวัตกรรมโลก รั้งที่ 3 กลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง

BREAKING NEWS ECONOMY

​กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย GII 2026 ไทยขยับขึ้น 1 อันดับ เด่นส่งออกสินค้าสร้างสรรค์อันดับ 6 และสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงอันดับ 8 ของโลก เดินหน้าผนึก WIPO-NIA และภาคี ต่อยอดนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาสู่เชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าและขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ

​นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีนวัตกรรมโลก หรือ GII เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศในมิติต่างๆ โดยในปีนี้ WIPO ได้ทำการประเมินและจัดอันดับประเทศและเขตเศรษฐกิจกว่า 139 แห่งทั่วโลก ใน 79 ตัวชี้วัด และเผยแพร่รายงาน GII 2026 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 44 จาก 139 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ขยับขึ้นมา 1 อันดับจากปีก่อน และรั้งอันดับที่ 3 จาก 35 ประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูง (Upper Middle-Income Economies) รองจากจีนและมาเลเซีย

​นางสาวจิตติมา กล่าวว่า ผลการจัดอันดับ GII 2026 ได้สะท้อนจุดแข็งของประเทศไทยหลายด้าน อาทิ การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ (Creative Goods Exports) อยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก การส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (High-Tech Exports) อยู่ในอันดับที่ 8 ของโลก และความสามารถของบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (Research talent) อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก ชี้ให้เห็นว่าไทยมีทั้งฐานการผลิตและการส่งออกสินค้าที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี ตลอดจนมีบุคลากรที่สนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของไทย

​ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวยังมีตัวชี้วัดด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่น่าสนใจหลายด้าน โดยเฉพาะจำนวนคำขอรับอนุสิทธิบัตรในประเทศ (Utility Models by Origin) ครองอันดับที่ 5 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีของไทย รวมถึงความพร้อมของภาคธุรกิจในการนำองค์ความรู้ไปต่อยอด ขณะที่ จำนวนการยื่นคำขอสิทธิบัตรออกแบบผลิตภัณฑ์ไทย (Industrial Designs by Origin) อยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก ดีขึ้นจากปีก่อน 4 อันดับ ที่บ่งบอกถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบและการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า ส่วน การลงทุนเพื่อซื้อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาจากต่างประเทศ (IP Payments) อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจไทยมีความตื่นตัวในการนำเข้า ถ่ายทอด และจ่ายค่าสิทธิเพื่อนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมจากต่างประเทศมาใช้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกเข้ามาต่อยอด ยกระดับ และขับเคลื่อนห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

​อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลจากรายงาน GII ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าไทย

มีพื้นฐานที่ดีทั้งด้านการสร้างนวัตกรรม การออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการนำทรัพย์สินทางปัญญาและองค์ความรู้จากทั้งในและต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นโอกาสในการต่อยอดผลงานนวัตกรรมให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาไปสู่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

​ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมผนึกกำลังกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ผู้เชี่ยวชาญจาก WIPO และหน่วยงานภาคี ขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนา การคุ้มครอง ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ในการบูรณาการภาครัฐ เพื่อให้การส่งเสริมเติบโตสอดรับกับความต้องการของภาคธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว.