รัฐบาลระดมทุกหน่วยรับมือน้ำเหนือ–ฝนสะสม เปิดศูนย์พักพิง จุดอพยพ–จอดรถ พร้อมเร่งระบายน้ำ กทม.ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบ 50 เขต ย้ำประชาชนพื้นที่เสี่ยงติดตามเตือนภัย–เช็กเส้นทางก่อนเดินทาง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

โดย 1. สถานการณ์ปัจจุบันจากฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ เวลา 07.00 น. ยังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน ส่วนกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด ตามรายงานในช่วงเวลาดังกล่าว
• ภาพรวมระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลง แต่สถานการณ์แตกต่างกันในแต่ละจังหวัด โดยพื้นที่ที่ระดับน้ำ เพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว พื้นที่ที่ระดับน้ำ ทรงตัว ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด ส่วนเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา มีแนวโน้ม ลดลง ทั้งนี้ ระดับน้ำที่ลดลงในภาพรวมจังหวัดไม่ได้หมายความว่าทุกจุดกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
• กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้รับผลกระทบมากจากฝนตกสะสมเกือบ 48 ชั่วโมง โดยพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกวัดฝนได้สูงที่ มีนบุรี 274.5 มิลลิเมตร และคลองสามวา 273 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนและในชุมชนหลายแห่ง กทม.จึงขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุม ทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เพื่อให้หน่วยงานเข้าดำเนินการได้รวดเร็ว การประกาศดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของทั้ง 50 เขตมีน้ำท่วม
• สำหรับลุ่มเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์มีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,362 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานกระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานสองฝั่งประมาณ 512 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยยังต้องเฝ้าระวังฝนและน้ำจากตอนบนอย่างต่อเนื่อง
2. รัฐบาลและการช่วยเหลือของหน่วยงาน โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมาย กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ร่วมกับ ปภ. อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ และอาสาสมัคร ทุกจังหวัดจัดศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ประเมินจุดเสี่ยงล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิง โดยให้ การช่วยชีวิตและการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ มาก่อน
ทั้งนีั การระบายน้ำและการเข้าถึงประชาชน — กทม.เดินเครื่องสูบน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำในคลองสายหลัก เตรียมกระสอบทรายและเปิดโรงเรียนที่ไม่ถูกน้ำท่วมเป็นศูนย์พักพิง กรมชลประทานกระจายน้ำออกจากลุ่มเจ้าพระยาผ่านระบบชลประทานสองฝั่งและเร่งระบายลงสู่อ่าวไทย กรมทรัพยากรน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี ส่วน ปภ.จัดรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยรับ–ส่งประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังของ สมุทรปราการ ขณะที่ตำรวจและทหารสนับสนุนการอพยพ การช่วยรถที่ติดค้าง และการจัดการจราจร
ศูนย์พักพิงและจุดอพยพที่แจ้งเปิดแล้ว
• กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร: เตรียมศูนย์พักพิง 8 แห่ง รองรับรวม 900 คน ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ 150 คน (097-239-1627), โรงเรียนประชานิเวศน์ 100 คน (085-030-2814), โรงเรียนเสนานิคม 150 คน (092-271-6787), โรงเรียนวัดเสมียนนารี 150 คน (097-018-6879), โรงเรียนวัดเทวสุนทร 100 คน (084-471-9056), โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช ราชทานอุปถัมภ์ 100 คน (098-054-4484), โรงเรียนบ้านลาดพร้าว 50 คน (02-541-8512) และมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม 100 คน
• จังหวัดนนทบุรี: เทศบาลปากเกร็ดจัดจุดอพยพที่ วัดกู้ และเทศบาลนครนนทบุรีจัดจุดอพยพที่ ศูนย์ผู้สูงอายุ เทศบาลนครนนทบุรี ผู้ต้องการประสานการอพยพติดต่อศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก 02-297-7648 หรือ 02-208-3977
• เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี: เปิดศูนย์พักพิงที่ โรงเรียนมัธยมนครรังสิต โรงเรียนดวงกมล โรงเรียนเพียรปัญญา โรงเรียนประถมศึกษานครรังสิต และโรงเรียนนครรังสิต เปรมปรีดิ์ แห่งละ 50 คน รวม 250 คน ติดต่อศูนย์ควบคุมและสั่งการเทศบาล 02-567-6000 ต่อ 119 หรือ 02-567-3388
• อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา: มีจุดรองรับใน ตำบลหมูสี ที่เทศบาลตำบลหมูสีและโรงเรียนบ้านท่าช้าง (044-300-836), ตำบลขนงพระ ที่ อบต.ขนงพระ (091-040-1332), ตำบลปากช่อง ที่ อบต.ปากช่อง (090-906-0933), ตำบลจันทึก ที่ อบต.จันทึก (044-756-188), เขตเทศบาลเมืองปากช่อง โดยประสานโรงพยาบาลปากช่องนานาสำหรับผู้ป่วยติดเตียง มูลนิธิสว่างวิชาธรรมสถาน และวัดท่ามะนาว (044-312-037) และ ตำบลหนองสาหร่าย ที่ อบต.หนองสาหร่าย (044-315-103)
• อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี: ศูนย์พักพิงชั่วคราว วัดช่องกะพัด ตำบลแก่งหางแมว มีประชาชนพักอยู่ประมาณ 100 คน จังหวัดส่งมอบถุงยังชีพ เครื่องนอน และของจำเป็น ส่วน วัดซอยสอง ตำบลสามพี่น้อง จัดโรงครัวและเป็นจุดประสานส่งสิ่งของให้ประชาชนที่ยังอยู่ตามบ้าน
จุดจอดรถเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากน้ำท่วม
รฟม.เปิดอาคารจอดรถให้ประชาชนนำ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ เข้าจอดได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน และนำรถออกภายใน 2 ตุลาคม 2569 รวม 9 แห่ง คือ
• สายสีน้ำเงิน: สถานีลาดพร้าว, สถานีหลักสอง
• สายสีม่วง: สถานีคลองบางไผ่, สถานีสามแยกบางใหญ่, สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ, สถานีแยกนนทบุรี 1
• สายสีเขียว: สถานีแยก คปอ., สถานีคูคต
• สายสีส้ม: สถานีคลองบ้านม้า
ผู้ใช้พื้นที่ต้องแสดง หลักฐานภาพถ่ายและหลักฐานการเป็นเจ้าของรถที่นำมาจอด ต่อเจ้าหน้าที่ และจอดในพื้นที่ที่กำหนด นอกจากนี้ สถานีกลางบางซื่อ เปิดพื้นที่ลานจอดรถเมล์ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 80 คัน
• กทพ.ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 8 สายทาง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึง 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน ได้แก่ เฉลิมมหานคร ศรีรัช ฉลองรัช บูรพาวิถี อุดรรัถยา บางนา–อาจณรงค์ (S1) กาญจนาภิเษก และประจิมรัถยา โดยยังต้องตรวจสอบทางขึ้น–ลงที่มีน้ำท่วมก่อนเดินทาง กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น พร้อมประสานเติมสินค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนหน่วยงานด้านสาธารณสุขและประปาเตรียมรักษาความต่อเนื่องของบริการ และ ททท. ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานสนามบินประสานดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางล่าช้า
3 ประชาชนต้องทำอย่างไร
• ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ. ประกาศจังหวัด และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกของจำเป็นขึ้นที่สูง เตรียมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก หากได้รับคำสั่งอพยพ ให้ไปยังจุดปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงทันที
• ผู้ที่ต้องเดินทาง ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมสูงและเส้นทางที่ประกาศปิด โดยเฉพาะรถขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ ผู้โดยสารเครื่องบินควรตรวจสอบเที่ยวบินกับสายการบินและเผื่อเวลาไปสนามบินมากกว่าปกติ
• ผู้ที่ต้องการย้ายรถ สามารถใช้จุดจอดของ รฟม.ตามรายชื่อข้างต้นหรือพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ โดยตรวจสอบเงื่อนไขและติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ จุดจอด
• ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือโทร สายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ในกรุงเทพฯ แจ้งปัญหาผ่าน 1555 หรือ Traffy Fondue กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669 กลุ่มเปราะบางขอความช่วยเหลือจาก พม. โทร 1300 นักท่องเที่ยวติดต่อ ททท. 1672 หรือตำรวจท่องเที่ยว 1155 หากพบการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม โทร 1569 และหากมีปัญหาน้ำประปาในพื้นที่บริการ กปภ. โทร 1662 ได้.

