• พฤหัสบดี 24 กันยายน 2569 เวลา 13:16 น.

DIP ผนึก CP ปักกิ่ง ดันสินค้า GI ไทยทดลองตลาดจีน

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือ CP ปักกิ่ง เปิดทางสินค้า GI ไทยเจาะตลาดค้าปลีกชุมชนเมืองในจีน เล็งคัดสินค้าศักยภาพทดลองขายผ่านเครือข่าย CP พร้อมเดินหน้า GI 3+3 ตั้งเป้าขึ้นทะเบียนต้นปี 2570

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นำผู้ประกอบการ GI ร่วมหารือกับบริษัท CP Investment Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ที่ดำเนินธุรกิจ ในประเทศจีน เรื่องการนำสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทยมาจำหน่ายในตลาดจีน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และรูปแบบการค้าในจีน พร้อมสำรวจความเป็นไปได้ในการนำสินค้า GI ที่มีความพร้อมไปทดลองตลาดชุมชนเมืองในปักกิ่งและต่อยอดช่องทางธุรกิจที่เหมาะสมในระยะยาว

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยได้แจ้งให้ CP ปักกิ่งทราบว่า ขณะนี้ไทยและจีนอยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ระหว่างกันภายใต้โครงการ GI 3+3 (สามบวกสาม) ซึ่งเป็นความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ของสองประเทศ ฝ่ายละ 3 สินค้า โดยไทยได้นำส่งคำขอขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทย 3 รายการ ให้กับหน่วยงานของจีน (CNIPA) แล้ว ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ตั้งเป้าหมายว่าจะขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่นายกรัฐมนตรีของไทยและจีน (นายหลี่ เฉียง) ได้หารือกันไว้ในระหว่างการเยือนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ กรมฯ จึงได้นำผู้ประกอบการสินค้า GI 6 รายการของไทย ซึ่งประกอบด้วย ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) มังคุดเขาคีรีวง (นครศรีธรรมราช) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะขามหวานเพชรบูรณ์ กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก และส้มมะปี๊ดจันทบุรี เยือนจีน เพื่อร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของ CP เรื่องการส่งเสริมการตลาดสินค้า GI ของไทยในจีน ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีอัตลักษณ์พิเศษ โดยเฉพาะเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI ในจีน

ผู้บริหาร CP Group ปักกิ่ง นำโดย นาง Zhang Wei ประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของ CP Investment ในจีน แจ้งว่า CP Group มีการดำเนินธุรกิจในจีนหลายด้าน ทั้งด้านเกษตรและอาหาร ค้าปลีก และ E-commerce ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการทำตลาดสินค้า GI ไทยหลายกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และผลไม้สด โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาด พฤติกรรมของผู้บริโภค และรูปแบบช่องทางการจำหน่ายที่เหมาะกับสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งฝ่าย CP มีความสนใจนำเข้าสินค้า GI ของไทยมาจำหน่ายในจีน เพราะตระหนักในคุณภาพและอัตลักษณ์พิเศษของสินค้า และได้แนะนำข้อควรพิจารณาก่อนนำสินค้า GI ไทยเข้าสู่ตลาดจีน ตั้งแต่คุณลักษณะของสินค้า ปริมาณ ราคา บรรจุภัณฑ์ อายุการเก็บรักษา กฎระเบียบการนำเข้าและมาตรฐานความปลอดภัย ไปจนถึงความพร้อมด้านการจัดส่ง เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการ GI ใช้ประเมินความพร้อมและปรับปรุงสินค้าให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการค้าและลักษณะของตลาดจริง

ผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยยังได้เยี่ยมชมร้าน CP Freshmart ซึ่งเป็นร้านค้าชุมชนในเครือ CP Group ในกรุงปักกิ่ง เพื่อศึกษารูปแบบการค้าปลีกยุคใหม่ที่ผสมผสานการจำหน่ายสินค้าผ่านทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ โดยมีสินค้ามากกว่า 3,000 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารสด สินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน และสินค้าพรีเมียม ทั้งยังมีระบบโลจิสติกส์ที่รองรับการจัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วในพื้นที่รัศมี 3 กิโลเมตร สะท้อนรูปแบบการค้าปลีกสมัยใหม่ที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคในเขตเมืองใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในแง่ความสะดวกในการซื้อ ความง่ายในการเข้าถึงสินค้า และความรวดเร็วในการจัดส่ง โดยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และแหล่งที่มาของสินค้าที่น่าเชื่อถือ

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากการหารือและการลงพื้นที่สำรวจรูปแบบการค้าของร้าน CP Freshmart ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแนวทางส่งเสริมสินค้า GI ไทยในตลาดจีน โดยเฉพาะการพิจารณาความเหมาะสมของสินค้าและช่องทางการจำหน่าย เนื่องจากสินค้า GI ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและอาหารที่มีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งในด้านคุณภาพ รูปแบบสินค้า การเก็บรักษา ตลอดจนข้อจำกัดในการขนส่ง โดยกรมฯ และ CP ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการคัดเลือกสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพและมีความพร้อม เช่น ส้มโอทับทิมสยามปากพนังจากจังหวัดนครศรีธรรมราช และสินค้า GI รายการอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนนำร่องเข้าไปทดลองตลาดผ่านช่องทางจำหน่ายของ CP รวมถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่าย เพื่อศึกษาการตอบรับของผู้บริโภค ระดับราคา และการทำตลาดร่วมกัน ก่อนนำข้อมูลจากตลาดจริงมาใช้กำหนดกลยุทธ์เพื่อขยายตลาดในระยะต่อๆ ไป

​ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งมั่นส่งเสริมสินค้า GI ไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์และคุณค่าที่เชื่อมโยงกับแหล่งผลิต พร้อมสนับสนุนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดเป้าหมาย เพื่อให้สินค้า GI ไทยมีช่องทางเข้าสู่ตลาดที่หลากหลายและสามารถต่อยอดทางการค้าได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนผู้ผลิต สอดรับกับแนวนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าไทยและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน โดยกรมฯ จะนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากภาคธุรกิจมาใช้สนับสนุนผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อม ทั้งด้านการพัฒนาสินค้าบรรจุภัณฑ์ และกลยุทธ์การตลาด ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศต่อไป

นอกจากนี้ กรมฯ ขอขอบคุณสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ร่วมสนับสนุนการนำผู้ประกอบการ GI ไทยมาเปิดมุมมองและแสวงหาโอกาสทางการค้าในตลาดจีน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้เงื่อนไขของตลาดจากภาคธุรกิจโดยตรง และนำข้อมูลที่ได้รับกลับไปพัฒนาความพร้อมของสินค้าและแผนการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้กลับคืนสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนผู้ผลิตในระยะยาว นางอรมน กล่าวทิ้งท้าย.