• พุธ 23 กันยายน 2569 เวลา 11:33 น.

กรมทรัพย์สินฯ จับมือ MPA รับมือ AI ยกระดับลิขสิทธิ์ไทย​

BREAKING NEWS ECONOMY

กรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือ MPA Asia Pacific วางทิศทางพัฒนาระบบลิขสิทธิ์ยุคดิจิทัล รับความท้าทายจาก AI และเทคโนโลยีใหม่ ถกการใช้ผลงานฝึก AI–บริหารจัดการสิทธิ พร้อมเร่งกลไกสกัดละเมิดออนไลน์ สร้างสมดุลคุ้มครองผู้สร้างสรรค์กับการพัฒนาเทคโนโลยี

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับ MPA ASIA Pacific เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการคุ้มครองลิขสิทธิ์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงหารือแนวทางพัฒนากฎหมายและมาตรการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้มีความเหมาะสม รองรับเทคโนโลยีใหม่ และสามารถนำไปบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทยให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ในการหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนากฎหมาย ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อการบริหารจัดการสิทธิ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างเจ้าของสิทธิและผู้ใช้ประโยชน์จากผลงาน โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาแจ้งว่าขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการทบทวนร่างพระราชบัญญัติการจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์และสิทธิของนักแสดง พ.ศ. …. เพื่อวางกลไกการจัดเก็บและจัดสรรค่าตอบแทนจากการใช้ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรม ตลอดจนกำหนดบทบาทและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสิทธิให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ขณะที่ MPA ASIA Pacific ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการสิทธิของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งมีการเจรจาและอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยตรงระหว่างคู่สัญญา พร้อมยกกรณีศึกษาแนวทางการกำกับดูแลองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (Collective Management Organization: CMO) สำหรับงานดนตรีกรรมของประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ไทยใช้เป็นข้อมูลพิจารณาประกอบการพัฒนากฎหมายและกำหนดกลไกการบริหารจัดการสิทธิต่อไป

นางอรมน กล่าวว่า การเข้ามามีบทบาทของ AI ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับขอบเขตการคุ้มครองลิขสิทธิ์ กรมฯ จึงได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับหลักการคุ้มครองผลงานตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์โดยมนุษย์ โดย MPA ASIA Pacific เห็นพ้องว่า การพิจารณาความคุ้มครองลิขสิทธิ์สำหรับผลงานที่มีการใช้ AI ร่วมด้วย จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและระดับการมีส่วนร่วมของมนุษย์ในกระบวนการสร้างสรรค์เป็นรายกรณี ทั้งนี้ ปัจจุบันสตูดิโอภาพยนตร์รายใหญ่มีการใช้เทคโนโลยี AI ในบางขั้นตอน เช่น การเตรียมงาน และกระบวนการหลังการถ่ายทำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการผลิต สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการสร้างสรรค์ที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตมากขึ้น จึงเกิดประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับการนำข้อมูลและผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ในการฝึกและพัฒนา AI โดยทั้งสองฝ่ายได้หยิบยกประเด็นการทำเหมืองข้อความและข้อมูล (Text and Data Mining: TDM) มาหารือร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการอนุญาตให้ใช้สิทธิในงานลิขสิทธิ์ ตลอดจนแนวทางการกำหนดข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานลิขสิทธิ์ไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเจ้าของสิทธิและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะนำข้อมูลและมุมมองจากการหารือ รวมทั้งข้อคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายและแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยต่อไป​

นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการคุ้มครองลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต กรมฯ ได้เดินหน้าพัฒนากลไกการบังคับใช้สิทธิให้สามารถรับมือกับรูปแบบการละเมิดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนำประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง การยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ. 2569 มาใช้เป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาล และสามารถระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขอความร่วมมือจาก MPA และผู้ถือสิทธิร่วมทดลองใช้กระบวนการดังกล่าว เพื่อประเมินผลในทางปฏิบัติและนำผลที่ได้มาพัฒนากลไกการคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.