DITP โชว์ผลงานปี ’69 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 163,500 ล้านบาท ผู้ประกอบการ–ผู้นำเข้า–ผู้รับบริการรับประโยชน์กว่า 3.14 แสนราย ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 500 กิจกรรม กางแผนปี ’70 เร่งกระจายตลาด ลดพึ่งพาตลาดเดิม เจาะเอเชียใต้–ลาตินอเมริกา–แอฟริกา–ตะวันออกกลาง รับความผันผวนเศรษฐกิจและการค้าโลก

วันที่ 14 กันยายน 2569 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานแถลงข่าว “DITP Meets the Press” นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการส่งออกของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ปี 2569 พร้อมประเมินสถานการณ์และแนวโน้มการส่งออกปี 2570 และการเตรียมความพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยมีนางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ คณะผู้บริหารกรม และสื่อมวลชนเข้าร่วม
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ปี 2569 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสามารถสร้างมูลค่าการค้าผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกว่า 163,500 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้รับบริการทั้งในและต่างประเทศได้รับประโยชน์กว่า 314,500 ราย สะท้อนบทบาทของกรมในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดและคู่ค้าทั่วโลก ทั้งการจัดงานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ การนำคณะผู้แทนการค้าไปต่างประเทศ และการขยายช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่
ทั้งนี้ การดำเนินงานของกรมในปี 2569 ดำเนินงานตามนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่ง “รักษาสมดุล ขยายตลาด และเพิ่มมูลค่า” โดยให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง เร่งเปิดตลาดศักยภาพใหม่ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานและพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะเอเชียใต้ ลาตินอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ในช่วงที่ผ่านมา กรมได้เพิ่มความเข้มข้นของการทำตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมกว่า 500 กิจกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ซึ่งมีการนำคณะผู้บริหารและคณะผู้แทนการค้าเดินทางเยือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–อินเดีย รวมทั้งขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในสาขาที่มีศักยภาพ สร้างมูลค่าการค้าจากกิจกรรมในภูมิภาคเอเชียใต้แล้วกว่า 800 ล้านบาท
ด้าน ลาตินอเมริกา กรมเดินหน้าสร้างเครือข่ายและขยายตลาดสินค้าและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในบราซิลและเม็กซิโก เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 337 คู่ สร้างมูลค่าการเจรจาการค้าประมาณ 650 ล้านบาท ขณะที่กิจกรรมสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ในเม็กซิโก เกิดการเจรจาการค้า 228 คู่ คาดการณ์มูลค่าภายใน 1 ปี 100 ล้านบาท
สำหรับ แอฟริกาและตะวันออกกลาง กรมได้เร่งสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย ผ่านโครงการ Sourcing Forum from Middle East and Africa 2026 เชิญผู้นำเข้าจาก 2 ภูมิภาค จำนวน 33 บริษัท มาเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย 130 ราย คาดการณ์มูลค่าการเจรจาการค้าภายใน 1 ปี 890 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังนำผู้ประกอบการไทยไปขยายตลาดในเคนยา โมร็อกโก โกตดิวัวร์ เซเนกัล และแอฟริกาใต้ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวมหลายโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน กรมยังเดินหน้าสร้าง New Initiatives เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัลคอนเทนต์ จัดงาน Thailand Content Market 2026 (TCM) เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 20–22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้า 9,792.4 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงาน 6,731 ราย
ด้านอุตสาหกรรมเกม กรมส่งเสริมธุรกิจเกมไทยสู่ตลาดโลก ผ่านการเข้าร่วมงาน Gamescom 2026 และกิจกรรม Gamescom Asia x Thailand Game Show โดยในงาน Gamescom 2026 สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 270.36 ล้านบาท พบคู่ค้าเป้าหมาย 994 ราย เป็นคู่ค้ารายใหม่ 673 ราย หรือร้อยละ 67.71
สำหรับสถานการณ์การส่งออกไทยปี 2569 มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยการส่งออกช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่า 231,530.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.17 ได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยี เครื่องจักร และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center และ AI รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการผลิตโลก
สินค้าสำคัญที่กรมผลักดันยังมีแนวโน้มเติบโตดี โดย อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 มีมูลค่า 18,109.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 13.53 และ ผลไม้สด แช่เย็นและแช่แข็ง อันดับ 8 มีมูลค่า 5,665.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 11.99 สอดรับกับการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair การเจรจาธุรกิจออนไลน์ การนำคณะผู้แทนการค้าไปต่างประเทศ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits”
นอกจากนี้ กรมยังเดินหน้าขยายช่องทางการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ ผ่านโครงการ “TOPTHAI by DITP” เปิดร้านบน Amazon UK เพื่อคัดสรรสินค้าและแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดสหราชอาณาจักร เพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้บริโภคต่างประเทศได้โดยตรง และสร้างโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก
ขณะเดียวกัน ล่าสุด DITP ยังได้รับ “รางวัลเลิศรัฐ” ระดับดีเด่น ประจำปี 2569 ในสาขา การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมประเภทเปิดใจใกล้ชิดประชาชนซึ่งเป็นหนึ่งในสามผลงานที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีเด่นจากการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมดถึง 706 ผลงานทั่วประเทศ ในผลงาน “DITP Open & Connected: เปิดประตูสู่การค้าโลก” สะท้อนถึงความสำเร็จในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการพัฒนางานบริการภาครัฐ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกรมในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
สำหรับปี 2570 กรมจะประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั้ง 58 แห่งทั่วโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการส่งเสริมการส่งออกให้สอดรับกับสถานการณ์ต่อไป
“ DITP จะเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ขณะเดียวกันจะเร่งเปิดตลาดใหม่ สร้างโอกาสใหม่ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดและห่วงโซ่อุปทานโลก ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้การส่งออกไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน” นางสาวสุนันทา กล่าว.

