พาณิชย์เผยเงินเฟ้อไทยเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่ม 2.53% น้ำมันเชื้อเพลิง–อาหารสำเร็จรูป–อาหารสดปรับขึ้น จากต้นทุนและกำลังซื้อฟื้น คาดกันยายนยังเป็นบวกต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อ 8 เดือนอยู่ที่ 1.37% ยังคงกรอบคาดการณ์ทั้งปี 1.5–2.5%

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนสิงหาคม 2569 เท่ากับ 102.67 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.14 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.53 (YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และมีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม (Operation Economic Outcast) ร่วมกับการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการปรับตัวสูงขึ้นของอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลของกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น จากโครงการไทยช่วยไทย พลัส ประกอบกับสภาพอากาศมีความแปรปรวนส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้นร้อยละ 1.95 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 31 จาก 135 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 3 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข (ติมอร์-เลสเต มาเลเซีย ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว)

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 2.53 (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 2.23 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว น้ำยารีดผ้า) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ของใช้ส่วนบุคคล (สบู่ถูตัว แชมพู ครีมนวดผม น้ำหอม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส)) และเสื้อผ้า (เสื้อผ้าสตรี เสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดเด็ก)
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 2.99 (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) ข้าวสารเจ้า ไข่ไก่ ผักสด (ต้นหอม มะนาว แตงกวา ฟักทอง ผักคะน้า ฟักเขียว ถั่วฝักยาว) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน ฝรั่ง ลำไย ลองกอง แก้วมังกร แตงโม) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น)) และเครื่องประกอบอาหาร (กะปิ น้ำปลา น้ำพริกแกง ซีอิ๊ว) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ข้าวสารเหนียว มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) มะขามเปียก และอาหารโทรสั่ง (Delivery)
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้นร้อยละ 1.44 (YoY) เร่งตัวขึ้น จากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่สูงขึ้นร้อยละ 1.34 (YoY)
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2569 สูงขึ้นร้อยละ 0.56 (MoM)

ตามการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.78 (MoM) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะไข่ไก่ เนื้อสุกร และไก่สด ตามความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณผลผลิตบางส่วนออกสู่ตลาดลดลงจากผลกระทบของสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับข้าวสารเจ้า อาหารฟาสต์ฟู้ด (ไก่ทอด พิซซ่า) และอาหารโทรสั่ง (Delivery) ปรับราคาสูงขึ้นภายหลังสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ส่วนอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวมันไก่ ข้าวผัด) ทยอยปรับราคาตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย นอกจากนี้ ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน ฝรั่ง มะม่วง มะละกอสุก) ปรับราคาสูงขึ้นจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง อาทิ ผักสด (ต้นหอม ผักคะน้า กะหล่ำปลี มะระจีน บวบ ขึ้นฉ่าย) และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำดื่มบริสุทธิ์ น้ำผลไม้) และหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 0.43 (MoM) จากราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ประกอบกับมีการปรับลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพด้านราคาน้ำมันในระยะยาว นอกจากนี้ ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู น้ำยาระงับกลิ่นกาย ครีมนวดผม โฟมล้างหน้า แป้งทาผิวกาย) และสิ่งเกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกผ้าขาว/น้ำยาซักผ้าขาว) ปรับสูงขึ้นจากการสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าและบริการที่ราคาปรับลดลง อาทิ ค่าโดยสารเครื่องบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด (สบู่ถูตัว น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาบ้วนปาก) เสื้อเชิ้ตและเสื้อยืดสตรี และวิตามิน/อาหารเสริม
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือน (มกราคม – สิงหาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้นร้อยละ 1.37 (AoA)

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม (2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง (3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า และ (4) ราคาผักสด ผลไม้สด ไข่ไก่ และไก่สด มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากผลของอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบางส่วนได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 ปรับลดลงเหลือหน่วยละ 3.86 บาท ต่ำกว่ารอบก่อนที่หน่วยละ 3.95 บาท และ (2) ราคาสินค้าของใช้ส่วนบุคคลมีแนวโน้มปรับลดลง จากภาวะแข่งขันที่สูงและผู้ประกอบการรายใหญ่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 1.5 – 2.5 (ค่ากลาง 2.0).

